
ชาวนาบุรีรัมย์ช็อคถูกทวงหนี้1แสนบาท
หลังสำนักกฎหมายส่งหนังสือทวงหนี้ 1 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยอ้างนำโฉนดที่ดินไปจำนองไว้ไม่ชำระ ขู่หากไม่ชำระภายใน 7 วัน จะดำเนินคดีแพ่งตามกฎหมาย
หลังสำนักกฎหมายส่งหนังสือทวงหนี้ 1 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยอ้างนำโฉนดที่ดินไปจำนองไว้ไม่ชำระ ขู่หากไม่ชำระภายใน 7 วัน จะดำเนินคดีแพ่งตามกฎหมาย
นางสุดใจ มณีนิล ชาวนา บ.หนองกก ม.6 ต.พระครู อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมนายพิมพ์ ดีรบรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.1 สามี และญาติ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับหนังสือทวงหนี้เงินต้นจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และค่าติดตามทวงถาม จากบริษัท สำนักกฎหมาย พีเอวี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 1032/176-177 ถนนพหลโยธิน ซอยร่วมศิริมิตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ หนังสือฉบับดังกล่าวอ้างว่า นางสุดใจ ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนางชญานิษฐ์ ศรีวิหค เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2547 จำนวน 100,000 บาท โดยมีโฉนดที่ดินเลขที่ 36471 และ 55337 เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ต่อมานางชญานิษฐ์ ได้ถึงแก่กรรม โดยมีนางอนงค์นาฎ ศรีวิหค เป็นผู้จัดการมรดกของนางชญานิษฐ์ ตามคำสั่งศาล ในหนังสือดังกล่าวยังระบุอีกกว่า ตั้งแต่ทำสัญญานางสุดใจ ยังไม่เคยชำระหนี้และดอกเบี้ย
ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้สำนักกฎหมาย เป็นผู้ดำเนินการ ทำหนังสือทวงถามหนี้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าติดตาม หากไม่ชำระภายใน 7 วัน จะทำการฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งตามกฎหมาย สร้างความหวาดวิตกให้กับนางสุดใจ และครอบครัว เป็นอย่างมาก เพราะครอบครัวมีอาชีพทำนาและมีฐานะยากจน จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ไว้เป็นหลักฐาน เมื่อวานที่ผ่านมา
ด้านนางสุดใจ ยืนยันว่า ไม่เคยมีโฉนดที่ดินเลขที่ตามที่สำนักกฎหมายกล่าวอ้าง และไม่เคยนำโฉนดที่ดินไปจำนอง หรือเป็นหลักทรัพย์กู้ยืมเงิน กับใครไว้ก่อนหน้านี้ เพราะครอบครัวมีที่ดินเพียง 1 ไร่เศษผืนเดียว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ก็เป็นชื่อของสามี จากกรณีดังกล่าวเกรงว่าจะได้รับอันตราย หรือถูกทวงแก๊งหนี้โหดจากกลุ่มบุคคลที่แอบอ้าง จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมและขอช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมอย่างไร
เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งอดีตนายก อบต.พระครู และผู้ใหญ่บ้าน ให้รับทราบไว้แล้ว เพราะที่ผ่านมากู้และไม่เคยค้ำประกันเงินกู้ให้ใครเลย







