posttoday
"ฮาวา"เผยหลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับคำขอโทษจากตำรวจเลย

"ฮาวา"เผยหลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับคำขอโทษจากตำรวจเลย

30 มกราคม 2561

ผู้กำกับการทางหลวงเข้าเยี่ยมอาการ "ฮาวา" แจงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ด้านนักร้องสาวเผยหลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับคำขอโทษจากตำรวจเลย

ผู้กำกับการทางหลวงเข้าเยี่ยมอาการ "ฮาวา" แจงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ด้านนักร้องสาวเผยหลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับคำขอโทษจากตำรวจเลย

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.  พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เดินทางเข้า เยี่ยมอาการ น.ส.อรวี ชูชื่น หรือ ฮาวา นักร้องสาว ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกพุ่งชนรถนั่งส่วนบุคคลที่นั่งอยู่ บนถนนบางปะหัน มุ่งหน้าบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขณะเกิดเหตุ ตำรวจทางหลวงได้พยายามจับกุมรถบรรทุกที่วิ่งเลนขวา แต่รถบรรทุกเบรกไม่ทัน

พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มาอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร โดยยืนยันว่า ในวันดังกล่าวตำรวจทางหลวงทั้ง 2 นาย ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ด่านลอย ซึ่งเชื่อว่าผู้เสียหายจะเข้าใจ ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว จะมีการเรียกผู้ขับขี่รถทุกคันที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกับตำรวจ และรวบรวมพยานแวดล้อมอื่นๆ เพื่อสรุปถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น

ส่วนที่คนขับรถบรรทุกอ้างว่า พื้นผิวการจราจรเลนซ้ายชำรุด จึงต้องมาใช้ช่องทางจราจรด้านขวานั้น ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะได้รับการยกเว้นทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตามในอนาคต ตำรวจทางหลวง อาจปรับปรุงยุทธวิธีในการตรวจ วิธีการเรียกรถที่ฝ่าฝืนวินัยจราจร โดยการนำกล้อง อัตโนมัติมาใช้จับภาพและออกใบสั่งแทน

ด้าน น.ส.อรวี และ นายกชกร มิ่งบุญ เพื่อนนักดนตรี คนขับรถที่ประสบเหตุด้วยกัน ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุเห็นสัญญาณมือของตำรวจทางหลวง ในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่า ให้หยุดรถ ประกอบกับรถคันหน้ามีการเบรกกะทันหัน จึงต้องหยุดรถตาม

ส่วนตัวมองว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจครั้งนี้สุ่มเสี่ยงจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ขับขี่บนถนน อยากให้เจ้าหน้าที่ออกมารับผิดชอบต่อการกระทำ และ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะ หลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับคำขอโทษ จากตำรวจทั้ง 2 นายเลย

"กระบวนการสอบสวนคดีรถชนดังกล่าวก็จบไปอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า คนขับขี่รถบรรทุกเป็นฝ่ายผิดแต่เพียงผู้เดียว ทั้งไม่มีการเรียกสอบปากคำฝ่ายเราเลยว่า สาเหตุที่ต้องหยุดรถกะทันหันเกิดจากเพราะเหตุใด"น.ส.อรวี กล่าว

ขณะที่ นายมนตรี ยาประดิษฐ์ คนขับรถบรรทุก กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุวิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่องทางด้านขวา เนื่องจากช่องทางด้านซ้ายสุดชำรุด อาจทำให้เกิดอันตรายรถพลิกคว่ำ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็เห็นตำรวจทางหลวงโบกให้จอดในระยะกระชั้นชิด ประมาณ 30 เมตร ทำให้หยุดรถไม่ทัน เนื่องจากรถมีน้ำหนักมาก และหากหักพวงมาลัยหลบ ก็จะทำให้เกิดการพลิกคว่ำ ซึ่งตนยอมรับว่า ทำผิดกฎจราจรที่วิ่งเลนขวา แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุรถชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์การขับรถบรรทุกที่ผ่านมา ส่วนตัวเห็นว่า วิธีการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ค่อนข้างที่จะเสี่ยงอันตรายต่อตนเองและผู้ขับขี่รายอื่น ซึ่งที่ผ่านมาก็มี ตำรวจทางหลวงถูกรถบรรทุกชนเสียชีวิต เนื่องจากรถบรรทุกเบรกไม่ทันในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับอาการของน.ส.อรวี ยังมีอาการฟกช้ำตามร่างกาย แพทย์จึงให้อยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลอีกสักระยะ

ภาพจาก www.fm91bkk.com

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI