นายกฯเสนอแนวทางปชต.แบบมีส่วนร่วม
นายกฯพูดเป็นนัย"ประชาธิปไตยรูปแบบสภาผู้แทนฯ"อาจหมดสมัยไปแล้วกลายเป็นยุค"ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม"ขอทุกฝ่ายช่วยกันขบคิดเพื่ออนาคต
นายกฯพูดเป็นนัย"ประชาธิปไตยรูปแบบสภาผู้แทนฯ"อาจหมดสมัยไปแล้วกลายเป็นยุค"ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม"ขอทุกฝ่ายช่วยกันขบคิดเพื่ออนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยหยิบยกข้อมูลในหนังสือวิชาการ ต่างประเทศที่ระบุว่า ประชาธิปไตยแบบสภากำลังหมดยุคเข้าสู่ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมจึงขอให้ทุกคนได้ช่วยกันคิดวิเคราะห์ประเด็นนี้
"ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่งเช่นกัน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกันในเรื่องเหล่านี้ที่พูดต่อไปนี้เป็นข้อมูลได้มาจากการอ่านหนังสือ "เศรษฐกิจดิจิทัล"เขียนโดยดอน แท็ปสก็อต ซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับความนิยม เจ้าของหนังสือ "วิกิโนมิกส์" และ "โกรวน์ อัพ ดิจิทัล" หนังสือเล่มนี้ แปลและเรียบเรียง โดย พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตน์ซึ่งก็กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ"
นายกฯ กล่าวว่า จะผิดจะถูกไปคิดกัน ไปอ่านกันว่าหากเรามองไปรอบๆ ตัวแล้ว หลายประเทศในโลกก็ประสบปัญหาทางการเมืองคล้ายๆกัน อาจสังเกตได้ว่าปัญหาทางการเมืองใหญ่ โตมากขึ้น ตามจำนวนประชากร แล้วก็เท่าที่เขาติดตามวิเคราะห์มาก็แนวโน้มในการที่ประชาชนจะเลือกจะงดออกเสียง ยังไม่นับกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อนักการเมือง พรรคการเมืออันนี้พูดถึงนอกประเทศ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลง อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา
นายกฯ ยกตัวอย่างว่า ต่างประเทศที่เคยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ เกือบ 90 % ในปี 1992 ลดลงมาเหลือ ประมาณ 66% ในปี 2012
"อาจกล่าวได้ว่า "ประชาธิปไตยในรูปแบบของสภาผู้แทน" นั้น อาจหมดสมัยไปแล้ว กลายเป็นยุค "ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม" นี่เขาเขียนมา เป็นคนต่างประเทศ แล้วเป็นประเทศ ใหญ่ๆ ทั้งสิ้น เขาก็เขียนมา เราก็เอามาคิดดูซิว่า ควรจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต วันนี้เราก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งสิน แต่เป็นการคิดเพื่ออนาคต " นายกฯ กล่าว
นายกฯ อธิบาย ต่อไปว่า หลักการที่เขาว่ามามี 5 ประการที่ต้องคำนึงถึง ดังต่อไปนี้
1. ความซื่อสัตย์ เขาวงเล็บไว้ว่าของนักการเมือง นับเป็นหลักการพื้นฐานสำคัญสุด ในการสร้างศรัทธาจากประชาชน โดยการเลือกตั้งนั้นจะต้องโปร่งใส นักการเมืองต้องเปิดเผย และ ยุติธรรม รวมทั้งต้องสื่อสารกับผู้คนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง ชัดเจน และเชื่อถือได้ รวมถึงให้ความสำคัญกับความคิดเห็น ใส่ใจกับความรู้สึกของประชาชน และ ต้องไม่บ่อนทำลายสิทธิขั้น พื้นฐานของประชาชน และจะต้องไม่โจมตีให้ร้ายผู้อื่น
"ผมก็พยายามทำตรงนี้อยู่ ผมไม่เคยไปริเริ่มไปให้ร้ายใครก่อนทั้งสิ้นเลย และผมก็จะไม่ไปตอบโต้อะไรกับท่านอีกต่อไป นะ ไม่ว่าจะใครก็ตาม"นายกฯกล่าว
2.ความรับผิดชอบ (ของประชาชน) ก็คือ เราจะต้องไม่สนับสนุนนักการเมืองที่เห็นแก่เงิน หรือ ใช้เงินในการลงทุนเพื่อเข้าสู่การเมือง และ แสวงหาผลประโยชน์ให้ได้ในอนาคตนะ ครับ อันนี้ก็ไปแยกกันให้ออก ว่าอะไรคือเรื่องของผลประโยชน์ ผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ส่วนตัว เรื่องส่วนรวม เรื่องส่วนตัว ทุจริต โครงการ หรือทุจริตส่วนตัว มีกฎหมายทุก ตัวก็ไปว่ากันมา แก้ปัญหากันให้ได้
เรื่องที่ 3. การพึ่งพาอาศัยกัน โดยรัฐบาลที่ดี และมั่นคง ก็จะเกิดจากการที่ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และสังคม ช่วยกันสร้างชุมชนที่แข็งแรง มีกฎเกณฑ์ และกฎหมาย ที่มีคุณภาพ แล้วก็ ให้สอดคล้องกับบทบาทขององค์กรภาคเอกชนที่มีมากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องหาแนวทางในการพึ่งพาอาศัย และเกื้อกูลกันในการก้าวไปข้างหน้า อันนี้เราก็มีประชารัฐไง ก็ค่อนข้างจะ ตรงกับเขาอยู่เหมือนกัน
4.การเข้าถึงจิตใจประชาชนนักการเมือง และรัฐบาล สามารถแบ่งปันและ สร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยี เช่น อินเตอร์เน็ต ซึ่งจะเป็นอีกเครื่องมือ ช่วยเพิ่ม การมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในด้านในการใช้งบประมาณ และ การกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตยภาคประชาชน นั่นเอง
และ 5. ความโปร่งใสซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ทั้งยังเป็นแกนกลางที่สร้างความไว้วางใจระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ซึ่งความโปร่งใสนี้ จะต้องใช้ความรับผิดชอบและ ความซื่อสัตย์ เป็นเครื่องมือสำคัญ
"อันนี้ก็เป็นที่เขาเขียนมานะ เราก็ช่วยกันไปคิดแล้วกัน ทุกกลุ่มทุกฝ่ายผมไม่ว่าใครผิดใครถูกหรอก แต่อันนี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลของต่างประเทศ" นายกฯ กล่าว







