
ปปช.จัดโหวตส.ส.อะคาเดมี หนีฉายาถ่อย เถื่อนถีบ
ป.ป.ช.จัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเปิดกว้างและเป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะและร่วมโหวตเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้แทนที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน.....
ป.ป.ช.จัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเปิดกว้างและเป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะและร่วมโหวตเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้แทนที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน.....
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
ในปัจจุบันการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคมไทยอย่างมาก ถึงการทำหน้าที่ในรัฐสภาอันทรงเกียรติ หลายครั้งหลายคราที่เราเห็นพฤติกรรมของผู้แทนที่แสดงออกอย่างตั้งใจ โดยไม่ยับยั้งอารมณ์ส่วนตัว ด้วยการตะโกนด่าทอใช้คำพูดหยาบคาย จนไปถึงการแสดงสัญลักษณ์ “ของลับ” ด้วยชูนิ้วกลางให้กัน และอัปยศที่สุดเมื่อสื่อมวลชนให้ฉายา ว่า “สภาถ่อย เถื่อน ถีบ”
“วิชา มหาคุณ” กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อธิบายวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ว่า เป็นการเปิดกว้างและเป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะและร่วมโหวตเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้แทนที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน ว่าในความเห็นของประชาชนแล้วต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยคุณสมบัติผู้แทนที่ดีที่ทางสำนักงานป.ป.ช.กำหนดไว้ 8 ข้อที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันทุกข้อ โดยจะให้จัดอันดับ 3 ตัวเลือกที่ประชาชนต้องการก่อน
คุณสมบัติของสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนต้องการ8ข้อ
1.ปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเที่ยงธรรมและมีความอิสระเพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ 2.ยึดถือและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด 3.รับฟังเรื่องร้องทุกข์ 4.แสดงความรับผิดชอบเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและผิดพลาดตามควรแก่กรณี
5.เคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นไม่แสดงกริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพที่มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสีใส่ร้ายบุคคลอื่นโดยไม่มีพยานหลักฐานหรือนำเรื่องเท็จมาอภิปรายในที่ประชุม ส.ส. 6.ไม่วางตนอยู่ใต้อิทธิพลทางการเงินผลประโยชน์ข้อต่อรองใดๆเพื่อบุคคลหรือองค์การอื่นใด ซึ่งอาจมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส. 7.อุทิศเวลาให้การประชุมส.ส.และตรงต่อเวลาไม่ขาดประชุมเกินความจำเป็น และ 8.ให้ข้อมูลข่าวสารประชาชนครบถ้วน ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่น
“ป.ป.ช. มีหน้าที่กำกับดูแลพฤติกรรมของนักการเมืองอยู่ตลอด ซึ่งยอมรับว่าควบคุมได้ยาก ถึงแม้ว่าจะมีข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ใช้ควบคุมอยู่ก็ตาม ตัวอย่างจะเห็นได้ชัดว่า ในเวลานี้ที่มีการอภิปรายในสภา เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ไม่มีมโนธรรม ใช้คุณสิทธิ์ของความเป็นส.ส.มาเป็นเครื่องมือ รวมทั้งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ขอเรียกว่า “การกดตู้เอทีเอ็ม” ที่จะเห็นได้ชัดเจนมาก เช่นการจ่ายเงินกันสดๆเพื่อให้ส.ส.ยกมือสนับสนุนในการลงคะแนนเสียงต่างๆ หรือแม้กระทั้งการไม่ได้ให้ความใส่ใจกับการมาร่วมประชุมสภาจนเกิดเหตุการณ์สภาล่มอยู่บ่อยครั้ง”นายวิชา กล่าว
สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนบุคคลที่เป็นตัวแทนของประชาชนให้ประพฤติและปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในกรอบจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ในอนาคตรวมถึงปลูกฝังให้เยาวชนเริ่มตื่นตัว ว่าการคัดเลือกผู้แทนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ และจากคุณสมบัติทั้ง8ข้อ ประชาชนยังสามารถเสนอความเห็นในมุมมองอื่นเพิ่มเติมได้ผ่านทางไปรษณียบัตรหรือเข้าเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งได้เปิดรับความคิดเห็นจนถึง 31 ตุลาคม 2553
สอดคล้องกับ “ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” รองอธิบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เปรียบเทียบการทำหน้าที่ของส.ส.ในสภาสมัยนี้ว่า โดยภาพรวมเรามีส.ส.ที่มีความสามารถ ด้านวุฒิการศึกษามากขึ้น แต่เรากลับมีสภาที่มีการประท้วงอยู่บ่อยครั้ง การทะเลาะกันมากขึ้น เพราะถ้าการเมืองในสภาเดินหน้าทำงานได้ เหตุการณ์นองเลือดบนท้องถนนทั้งในอดีตและปัจจุบันก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผู้แทนของประชาชนจะต้องคิดถึงส่วนรวมให้มากกว่านี้
เมื่อเปรียบเทียบกับการเมืองในต่างประเทศ ที่มีระบบการปกครองดีก็จริง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาให้ความสนใจคือ “บุคคลากรที่มีคุณภาพ”มากกว่า เพราะส.ส.ต้องไม่เล่นการเมืองด้วยแบ่งข้างตีกัน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาในทุกวันนี้สภาต้องเริ่มปรองดองก่อน สังคมถึงจะปรองดองกันได้
อย่างไรก็ดี ผลสรุปของการโหวตครั้งนี้คงจะท้อนให้นักการเมืองได้รับรู้เสียงเรียกร้องจากประชาชน ว่าเขาต้องการคุณสมบัติของผู้แทนราษฎรเข้ามาเพื่อให้ตอบแทนคุณของแผ่นดินเช่นไร
ฉะนั้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่ลุกลามบานปลายถึงขั้นนองเลือดบนท้องถนนครั้งแล้วครั้งเล่า จะต้องเริ่มที่รัฐสภา บนการยึดถือหน้าที่ของความเป็นผู้แทนราษฎรเป็นหลักเสียก่อน เพราะไม่เช่นนั้นประเทศไทยคงจะต้องเตรียมพื้นที่บนหน้ากระดาษอีกครั้ง เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์คนไทยฆ่ากันเอง อย่างไม่มีที่สิ้นสุด







