
บัณฑิตทิ้งเก้าอี้ธปท.โกอินเตอร์
ช็อก! “บัณฑิต”ลาออกจาก ธปท. ไปสมัครเป็นผู้อำนวยการกองทุนอาเซียน+3 ยันไม่ได้น้อยใจ
ช็อก! “บัณฑิต”ลาออกจาก ธปท. ไปสมัครเป็นผู้อำนวยการกองทุนอาเซียน+3 ยันไม่ได้น้อยใจ
คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นประธานมีมติอนุมัติให้นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. ลาออกไปสมัครงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) หรือ Asean + 3 Macroeconomic and Research Office (AMRO) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป
สำหรับสำนักงาน AMRO เป็นองค์กรที่จัดตั้งใหม่ตามข้อตกลงริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี เป็นหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่ดูแลเงินทุน 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ที่ประเทศสมาชิกนำทุนสำรองมาร่วมสมทบ ไทยร่วมลงขัน 4,770 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศสมาชิกสามารถกู้ยืมในกรณีเศรษฐกิจมีปัญหาได้ 2.5 เท่า หรือ 1.193 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
กองทุนนี้จะทำหน้าที่คล้ายกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศในการเข้าช่วยเหลือประเทศในภูมิภาคอาเซียน+3 ที่มีปัญหาทางการเงิน และทำหน้าที่ผลักดันนโยบายตามความร่วมมืออาเซียน
นายบัณฑิต กล่าวว่า การลาออกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องยากและใช้เวลาพอสมควร เพราะเดิมตั้งใจที่จะทำงานที่ ธปท.ต่อไป แต่ที่สุดก็ตัดสินใจที่จะไปสมัครเข้าชิงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 ที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์มา 2 เดือนแล้ว ไม่ได้น้อยใจหรืออึดอัดใจกับการทำงานร่วมกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ และได้หารือร่วมกันแล้ว
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ยินดีจะสนับสนุนนายบัณฑิตให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอย่างเต็มที่ทั้งนี้ ตามข้อตกลงของประเทศสมาชิกนั้น ตกลงให้ไทยเป็นประธานหรือผู้อำนวยการกองทุนนี้เป็นคนแรกเริ่มเปิดรับสมัตรมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ช่วงนั้นยังไม่ตัดสินใจจะลาออก เนื่องจากมีความกังวล และเป็นห่วงในหลายๆ เรื่องอยู่ แต่หลังจากได้มีโอกาสพบและหารือกับ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธาน บอร์ด ธปท.และ นายประสาร ไตรรัตน์ วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่แล้วก็ทำให้มีข้อสรุปได้ในเรื่องของการลาออก
“ผมจะไม่ได้ลาออกไปทันที จะยังทำงานช่วงเปลี่ยนผ่านให้กับธปท.อีกประมาณ 1 เดือน ผมทำงานธปท.มา 20 ปี ถือวามีคุณค่า มีความสุข และเป็นเกียรติ เป็นการทำงานที่อบอุ่น ผมขอบคุณ พนักงานธปท.ทุกคน ผมเชื่อมั่นว่าพนักงานทุกคนมีความสามารถ และเข้าใจในนโยบายอย่างดี สามารถที่จะดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้ และผมก็เชื่อมั่นใน คุณประสาร ไตรรัตน์รกุล ผู้ว่าการคนธปท.คนใหม่ที่จะมาสารงานต่อได้ ผมยืนยันได้ว่าไม่ได้อึดอัด ไม่ได้อกหัก จากการสมัครเป็นผู้ว่าการ ธปท.แล้วลาออกแต่อย่างใด” นายบัณฑิตกล่าว
นายบัณฑิต เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการลาออกไปสมัคร ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ เนื่องจากมองว่า AMRO มีความเสี่ยง เพราะการจะได้ตำแหน่งหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของกลุ่มประเทศสมาชิกจะตัดสิน แต่ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงความรู้ความสามารถในฐานะคนไทย ในอาเซียน+3 ถือเป็นความท้าท้ายที่จะใช้ประสบการณ์ของตัวเองที่สะสมมา ในการทำงานใน ธปท.มาร่วม 20 ปี ในต่างประเทศ และจะได้มีส่วนช่วยเศรษฐกิจไทยในระดับภูมิภาคด้วย
“สาเหตุที่ไม่สมัครก่อนได้ไม่ได้ค่อยมาลาออกทีหลัง เพราะผมคิดว่าการไปสมัครตำแหน่งผู้อำนวยการ AMRO ในฐานะผู้สมัครอิสระ น่าจะเป็นผลดีต่อการได้รับคัดเลือกมากกว่า การเป็นคนของหน่วยงานรัฐ หรือ เป็นคน ธปท. เพราะจะช่วยเรื่องความเป็นอิสสระของหน่วยงานระหว่างประเทศได้ดีกว่า อีกอย่างการลาออกของผมน่าจะเป็นโอกาสที่จะช่วยให้บุคลาการ คนรุ่นใหม่ ในธปท.ให้สามารถขึ้นมาดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นขวัญและกำลังใจของคน ธปท.ที่ทำงานให้ประเทศมายาวนานด้วย” นายบัณฑิตกล่าว
นายบัณฑิต เปิดเผยว่า อย่างไรก็ตาม หากได้ทำงานกับ AMRO น่าจะได้ไปทำงานที่สิงคโปร์ ตามวาระประมาณ 23 ปี แต่ถ้าไม่ได้รับคัดเลือกให้ทำงานกับ AMRO ก็ไม่ได้มีสัญญาจะกลับมาทำงานที่ธปท.อีก ในเบื้องต้นคาดว่าคงจะหาดูงานในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆในประเทศหรือในต่างประเทศทำต่อไป แต่คงไม่กลับที่ ธปท.อีก
สัมภาษณ์ นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธปท. ด้านเสถียรภาพการเงิน กรณีลาออกไปเพื่อสมัครงานในตำแหน่ง Director ของ ASEAN+3 MACROECONOMIC AND RESEARCH OFFICE (AMRO)
โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือของของภูมิภาค อีกประเด็นงานที่ทำอยู่แล้วที่ธปท. ผมมีความมั่นใจว่างานที่ทำอยู่สามารถดูแลต่อไปได้และผมก็ในตำแหน่งนี้มา 7 ปีแล้ว ก็คิดว่าถ้ามีโอกาสไปในที่ที่จะช่วยให้ทำให้เราสามารถใช้ประสบการณ์เป็นประโยชน์ของประเทศ เป้นประโยชน์ของภูมิภาค เป็นเรื่องที่น่าพิจารณา
ในการสัมครจะต้องสมัครก่อนวันที่ 2 ต.ค. นี้ ก็ต้องยื่นจม.ลาออกก็ยื่นวันนี้( 30 ก.ย.)พอผมรู้ว่าเราสามารถที่จะไปได้เต็มที่ ก็คงไปได้ พอดีเงื่อนเวลามันจะทับกันนิดหนึ่ง
ในแง่ของการแข่งขันในตำแหน่งนี้ คิดว่ามีผู้สมัครจาก 13 ประเทศ คิดว่าประเทศใหญ่ๆก็มีความสนใจหมด ประเทศในอาเชียนก็มีความสนใจอยู่ ดังนั้นการแข่งขันสูง และผมคงไม่สามารถที่จะพูดล่วงหน้าว่าได้ว่าโอกาสจะมีมากน้อยแค่ไหน
(การตัดสินใจครั้งนี้คิดว่า มีความมั่นใจพอสมควร) คิดว่าเท่าทีประเมินดูในเรื่องความรู้ประสบการณ์การทำงานในประเทศไทยต่างประเทศทีผ่านมา สิ่งที่เราเข้าใจและติดตามกระบวนการนี้มาตั้งแต่ต้น มีส่วนรวมในการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น น่าที่จะทำให้เราอยู่ในฐานะที่ตจะทำงานและผลักดันงานในด้านนี้ได้ แต่ยอมรับว่าก็เข้าไปเทียบเคียงกับผู้สมัครจากประเทศอื่นๆ ซึ่งเราก็คงเข้าใจว่านี้ความมีความไม่แน่นอนเหมือนกัน ก็พยายามเต็มที่
(ซึ่งหากไม่ได้รับเลือกตำแหน่งนี้มองอนาคตอย่างไร) ก็คิดพยายามในตำแหน่งนี้ ให้มากที่สุดแล้วผลออกมาเป็นอย่างไง ก็คงก้ต้องคิดต่อ
( สิ่งที่อยากจะฝากธปท.) วันนี้ก็ได้พูดไปแล้วว่า ที่ทำงานที่ธปท. เกือบ 20 ปีเป็นชีวิตการทำงานที่คุณค่ามีความสุขเป็นเกียรติได้ทำงาน ก็ได้เรียนขอบคุณ ผลงานธปท.ที่มาทางความทุ่มเทร่วมกับพนักงงานธปททุกคน







