
"ไทด์"ประสานรพ.นำ "กิตติ" เข้ารักษา พบหญิงที่โพสต์รับบริจาคเป็นอดีตภรรยา
ไทด์ เอกพันธ์ เตรียมประสานโรงพยาบาล นำ "กิตติ ดัสกร" พบหญิงที่ประกาศขอรับบริจาคเป็นอดีตเมียไม่ใช่ลูก
ไทด์ เอกพันธ์ เตรียมประสานโรงพยาบาล นำ "กิตติ ดัสกร" พบหญิงที่ประกาศขอรับบริจาคเป็นอดีตเมียไม่ใช่ลูก
หลังจากที่ ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำกำลังอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือ "ปื้ด" กิตติ ดัสกร หรือ กิตติ กลิ่นเกลี้ยง อดีตดาวร้ายชื่อดัง ที่มีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยได้เข้า ทำความสะอาดที่พักพร้อมประสานช่วยในเรื่องการรักษาเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
ภาพที่ปรากฏพบว่า ภายในบ้านของ กิตติ ในย่าน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เต็มไปด้วยขยะ และเศษอาหารบูดเน่ารวมทั้งผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่ใช้แล้ว ถูกวางกองทิ้งไว้จำนวนมาก โดยไม่ได้นำไปทิ้ง
หลังสภาพภายในบ้านของกิตติที่ถูกเผยแพร่ออกมา ทำให้ผู้คนจำนวนมากได้ตั้งคำถามกับ สมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "ดัสกร คิตตี้ ศศิประภา" ที่ก่อนหน้านี้ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวอาการป่วยของกิตติ พร้อมระบุว่าเป็นผู้ดูแลกิตติ และประกาศขอรับเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือ โดย "ดัสกร คิตตี้ ศศิประภา" ได้เรียก กิตติว่า "ป่ะป๋า"
ต่อมาสมาชิกเฟซบุ๊กรายนี้ ได้ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เป็นลูกแท้ๆของ กิตติ โดยเป็นเพียงหลานที่แม่ฝากให้กิตติช่วยเลี้ยง แต่ด้วยความเคารพจึงเรียกกิตติว่า "ป่ะป๋า" และที่ผ่านมาก็ได้ดูแลกิตติมาตลอด ก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าวไป
นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความประกาศให้หยุดโอนเงินและหยุดแชร์พร้อมขอบคุณผู้ช่วยเหลือ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. เอกพันธ์ พร้อมทีมอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลไทรน้อยและฝ่ายปกครองเข้าช่วยเหลือ กิตติ อีกครั้ง
ครั้งนี้ เอกพันธ์ได้พูดคุยกับ คิตตี้ ซึ่งได้ยอมรับว่าเป็นอดีตภรรยาของ กิตติ และมีลูกด้วยกัน 2 คน โดยปัจจุบันได้เลิกรากันไปแล้ว ซึ่งคิตตี้อ้างที่ประกาศรับบริจาคก็เพื่อต้องการให้มีคนมาช่วยเหลือกิตติ
เอกพันธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะปรึกษาแพทย์ว่าจะรักษา กิตติให้หายได้อย่างไร โดยประสานให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งที่กำลังดูไว้คือโรงพยาบาลของรัฐ เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามา ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาตนจะดูแลให้เอง
"ทุกวันนี้อาหารไม่มีกิน พี่ปื้ดกินบะหมี่สำเร็จรูปกับนมกล่อง น้ำก็ไม่ได้อาบ"เอกพันธ์กล่าว
ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือจากประชาชน เอกพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยอาจจะมีการเปิดบัญชีและให้มีผู้มาดูแล 3 คน ซึ่งขณะนี้เงินที่มีประชาชนบริจาคมาอยู่กับอดีตภรรยาของกิตติซึ่งเก็บบัตรเอทีเอ็มไว้ โดยอดีตภรรยาได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าจะนำบัตรเอทีเอ็มมาให้
ขณะที่เจ้าหน้าฝ่ายปกครองจะเร่งประสานกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป







