
กทม.เผชิญ3ปัจจัย เสี่ยงฝนถล่ม-น้ำท่วมทั้งสัปดาห์
กทม.เผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยงฝนถล่มทั้งสัปดาห์ น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนสูงยังคงเสี่ยงภาวะท่วมขัง
กทม.เผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยงฝนถล่มทั้งสัปดาห์ น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนสูงยังคงเสี่ยงภาวะท่วมขัง
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ต้องเตรียมรับมือฝนที่จะตกลงมา โดยบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศจีนแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคกลาง ทำให้ร่องมรสุมไม่เคลื่อนที่ขึ้นหรือลง ฝนจึงตกแช่ ตกนาน
ลักษณะอากาศจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ รวมถึงน้ำทะเลหนุนซึ่งจะหนุนสูงในช่วงนี้และปริมาณน้ำเหนืิอจากแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดปล่อยมาระดับ2,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ซึ่งกทม.ยังรับได้ และรับได้สูงสุดที่ 3,500 ลบ.ม./วินาที
พล.ต.อ.อัศวิน ยอมรับว่าฝนที่ตกหนักทำให้น้ำท่วมขัง กทม.ถึง 55 จุดเมื่อคืนวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 214.5 มิลลิเมตร (มม.) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤต จึงมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
“ขอโทษประชาชนจริงๆ ที่เกิดเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ กทม.ทำงานอย่างเต็มที่ แต่เป็นเหตุวิกฤตเพราะฝนตกหนักเกิน 200 มม. ครั้งสุดท้ายที่ตกเกิน 200 มม.เกิดขึ้นตั้งแต่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ยังเป็นผู้ว่าฯ กทม. ผมไม่โทษใครให้โทษที่ผม ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่ต้องไปว่าใคร” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว
ทั้งนี้ ทาง กทม.ได้หารือกับ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อพร่องน้ำออกจากแก้มลิงในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เพื่อที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจจะตกลงมา โดยจะผลักดันน้ำจากแก้มลิงในกรมทหารราบที่ 1 ลงสู่คลองบางซื่อ
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า เรดาร์ตรวจอากาศ สามารถตรวจสอบล่วงหน้าได้เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ก็ไม่ทราบถึงปริมาณฝน ทำให้ปริมาณน้ำในคลองพื้นที่กรุงเทพฯ เต็มทุกคลอง จึงระบายออกได้ช้า
“สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม.นั้น แม้จะมีการเปิดใช้แล้ว 8 แห่ง แต่จุดที่น้ำท่วมขัง เช่น บริเวณ 5 แยกลาดพร้าวใกล้กับอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อนั้น ต้องยอมรับว่าปริมาณฝนตกลงมาในปริมาณมากเกินกว่าที่ระบบจะสามารถดึงน้ำลงในอุโมงค์ได้ทันและอุโมงค์ระบายน้ำจะรับน้ำได้เร็วในคลองที่ใกล้เคียง แต่คลองอื่นๆ ที่อยู่ไกลอุโมงค์นั้นน้ำเข้าสู่อุโมงค์ได้ช้า เมื่อเทียบกับปริมาณฝนที่ตกลงมา จึงทำให้น้ำล้นคลองออกมาท่วมถนน” นายจักกพันธุ์ กล่าว







