
รัฐบาลเสื่อม....จนแต้มแก้บึ้ม
ใกล้ช่วงที่รัฐบาลกำลังตัดสินใจพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทีไร เหตุบึ้มดูจะถี่และรุนแรงขึ้นตามลำดับ!
ใกล้ช่วงที่รัฐบาลกำลังตัดสินใจพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทีไร เหตุบึ้มดูจะถี่และรุนแรงขึ้นตามลำดับ!
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ใกล้ช่วงที่รัฐบาลกำลังตัดสินใจพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทีไร เหตุบึ้มดูจะถี่และรุนแรงขึ้นตามลำดับ!
2 วันที่ผ่านมากรุงเทพฯ ไม่ต่างจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากเหตุระเบิดต่อเนื่องใน 3 จุด เริ่มจากวันศุกร์ที่ 24 ก.ย. มีบึ้ม 2 จุด คือในช่วงเย็น ภายในซอยจตุรมิตร ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน
ถัดมาเวลาในช่วงดึก คนร้ายใช้ประทัดยักษ์ จุดชนวนโยนเข้าใต้ท้องรถระเบิดในซอยชักพระ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
ล่าสุดคืนวันเสาร์ที่ 25 ก.ย. เกิดเหตุระเบิดตรงประตูทางเข้าสนามม้านางเลิ้ง ครั้งนี้คนร้ายประกอบสารระเบิดในถังน้ำยาแอร์ มีน้ำมันเบนซินและปุ๋ยยูเรียครบครัน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อานุภาพระเบิดรุนแรงสามารถทำลายสะพานลอยให้พังลงได้
เดชะบุญ!! วงจรระเบิดไม่สมบูรณ์ จึงไม่มีความเสียหายมากนัก
แต่หากย้อนไปสัปดาห์ก่อน บรรยากาศความรุนแรงไม่ต่างกัน เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการพบระเบิดใต้สะพานลอยหน้าโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา ระเบิดลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และระเบิดสุภาวดี ทาวเวอร์ เขตดุสิต
หรือก่อนหน้านี้เหตุยิงเอ็ม 79 ใส่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกลางวันแสกๆ รวมถึงเหตุระเบิดในซอยรางน้ำ หน้าอาคารคิง เพาเวอร์
กรุงเทพฯ กลับมาอยู่ในแดนอันตราย ทั้งที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในกรุงเทพฯ อยู่
หนึ่งเดือนมีเหตุระเบิดเกือบ 10 ครั้ง เล่นเอาผวากันทั้งบาง
แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะเพิ่มมาตรการเข้ม ตั้งด่านตรวจ จัดชุดลาดตระเวนอย่างเต็มที่ ติดกล้องซีซีทีวีตามจุดเสี่ยงต่างๆ
ที่สุด สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ต้องขอโทษประชาชนที่คุมเหตุบึ้มไม่อยู่
เจ้าหน้าที่ไม่ได้หละหลวม แต่พวกจ้องป่วนไม่เลิกง่ายๆ
ขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ถอดด้าม ซึ่งส่งตรงมารับภารกิจบึ้ม มีอาการเคร่งเครียดเห็นได้ชัด ก่อนจะบอกว่าจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ได้เค้าว่า การต่อวงจรระเบิดที่เกิดขึ้นที่สนามม้านางเลิ้ง โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข และลานจอดรถเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เป็นการต่อวงจรแบบเดียวกัน และใช้สารประกอบระเบิดเหมือนกัน จึงเชื่อได้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน
เป้าหมาย เย้ยรัฐบาล ไม่ได้หวังเอาชีวิต
กระนั้นไม่ว่ารัฐบาลจะวางมาตรการเข้มงวดกวดขันแค่ไหน มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถรักษาความสงบในเมืองหลวงให้ราบคาบได้
จึงนำมาสู่การดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วม ใครแจ้งเบาะแสจนสามารถจับคนร้ายได้ให้ทันที 1 แสนบาท
การข่าวรัฐบาลระบุว่า ทั้งหมดเป็นฝีมือของฝั่งตรงข้าม อันเป็นผลจากวิกฤตความขัดแย้งหลังเหตุการณ์ชุมนุมเสื้อแดง
เหตุบึ้มก็เพื่อสร้างสถานการณ์ ทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล ให้เห็นว่าควบคุมสถานการณ์ความสงบในบ้านเมืองไม่อยู่ กระทบต่อบรรยากาศการลงทุน ท่องเที่ยวที่กำลังไปด้วยดี เพราะถ้าบ้านเมืองนิ่ง ไร้เหตุม็อบ ไม่มีระเบิดป่วนเมืองตามที่ต่างๆ ก็ทำให้ต่างชาติเชื่อมั่นในศักยภาพรัฐบาลที่ทำให้ประเทศกลับมามีเสถียรภาพเหมือนเดิม
ไม่แปลกที่ฝ่ายรัฐจะพุ่งเป้าไปที่ “ชุดดำ” กระทั่งกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ที่อารมณ์ค้าง ต้องการแก้แค้นหลังพ่ายแพ้
ฝ่ายความมั่นคงชี้ว่า บึ้มรายวันเป็นปฏิบัติการอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อแกนนำ หวังให้รัฐบาลขายหน้าและเสียคะแนนนิยมในเมืองหลวง เพราะเป็นรัฐบาล แต่ไม่รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนได้
แต่อีกด้านมีรายงานว่า เหตุระเบิดก็เพื่อล้มการปรองดองที่เกิดขึ้น เพราะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเชื้อความขัดแย้งไม่ยอมให้สายพิราบในปีกต่างๆ ทั้งรัฐบาล นักวิชาการ กระทั่งเพื่อไทยจูนคลื่นปรองดองสำเร็จ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเรื่องเหลืองแดง หรือรัฐบาลกับเสื้อแดงอย่างเดียว หากแต่ในแต่ละกลุ่มอำนาจที่ช่วงชิงอำนาจพันตูกันอยู่นี้ ก็ล้วนแต่แย่งชิงผลประโยชน์ กลุ่มมีสี เช่น กองทัพและตำรวจ ก็ไม่พอใจการแต่งตั้งโยกย้ายในฤดูกาลเกษียณ
อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกมาเตือนว่า มีกลุ่มสร้างสถานการณ์ต้องการสร้างเงื่อนไขความรุนแรง และอาจนำไปสู่การวินาศกรรมได้อยู่ แม้จะทำให้คนกรุงระมัดระวังในการใช้ชีวิต แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพของฝ่ายความมั่นคงที่ไม่สามารถเค้นหา “ขบวนการป่วนเมือง” เพื่อหยุดเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น
แม้ว่าเสื้อแดงอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม ทันทีที่เกิดเสียงบึ้มตามที่ต่างๆ เพราะผลจากเหตุการณ์ม็อบที่ราชประสงค์ที่มีการใช้ความรุนแรง แม้แต่แกนนำ นปช. สายพิราบก็ยอมรับจุดอ่อนส่วนนี้
แต่การออกมากล่าวร้ายหรือกระทบชิ่งเสื้อแดงหรือชุดดำโดยที่ไม่มีหลักฐาน เพียงแต่รัฐบาลเล่นกับกระแสความรู้สึกของคนกรุงที่ยังผวากับม็อบ ก็อาจเป็นแรงเหวี่ยงมุมกลับไปที่รัฐบาลเช่นกันว่า สร้างสถานการณ์เองหรือไม่?
เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุ มักจะบังเอิญอยู่ในช่วงที่รัฐบาลตัดสินใจว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่
แน่นอนเมื่อเกิดระเบิด คนกรุงย่อมต้องการให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ จึงเป็นเหตุผลที่ชอบธรรมสำหรับรัฐบาลที่จะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไป โดยเฉพาะในเมืองหลวงในภาวะที่รัฐบาลถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างชาติกดดันให้ยกเลิกกฎหมายติดหนวดนี้
ดังนั้น การที่ฝ่ายความมั่นคงจะออกมาเตือนเหตุระเบิด ใช่ว่าจะได้แต้มบวก มีแต่ลบกับลบ ตราบใดที่ยังจับตัวผู้ก่อการไม่ได้
และหากปล่อยให้เกิดระเบิดต่อเนื่องวันเว้นวัน เมื่อนั้นคะแนนนิยมของคนกรุงที่ให้รัฐบาลเหนือพรรคเพื่อไทย ก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ คราวนี้ระเบิดกลับมาถล่มรัฐบาลเอง







