ไฟไหม้ศาลาวัดจิตกรรมฝาผนังโบราณสถานสำคัญวอด
นครพนม-ไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ศาลาวัดไม้สักอายุกว่า 100 ปีลุกลามจิตกรรมฝาผนังตะวันตกโบราณสถานสำคัญขึ้นทะเบียนเมื่อปี2541เสียหายวอด
นครพนม-ไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ศาลาวัดไม้สักอายุกว่า 100 ปีลุกลามจิตกรรมฝาผนังตะวันตกโบราณสถานสำคัญขึ้นทะเบียนเมื่อปี2541เสียหายวอด
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับ นาย สุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลน้ำก่ำ นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหาย และหาสาเหตุ กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญ วัดโพธิ์คำ บ้านน้ำก่ำเหนือ หมู่ 10 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นศาลการเปรียญแบบยกสูง ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูน ที่สำคัญยังเป็นศาลาการเปรียญเก่าแก่โบราณ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2440 อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี และยังมีหลักฐานการขึ้นทะเบียนกับ กรมศิลปากร เมื่อปี 2541 เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 27 กันยายน 2560โดยเทศบาลตำบลน้ำก่ำได้ระดมเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงจากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าฉีดน้ำควบคุมเหตุใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมได้แต่ได้รับความเสียหายทั้งหมด
จาการตรวจสอบพระวังชัย ถามะวะโร อายุ 55 ปี พระลูกวัด ให้การว่าก่อนเกิดเหตุขณะพระในวัดนอนอยู่ในกุฏิได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงประทัด หลายครั้ง จากนั้นพบว่ามีไฟลุกไหม้ขึ้นบนศาลาการเปรียญ อย่างรวดเร็วจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงมาควบคุมเหตุทำให้ไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหลัง ส่วนความงามเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบประเมินค่าที่สำคัญศาลาการเปรียญหลังนี้ ถือเป็นศาลาการเปรียญเก่าแก่ ทำจากไม้สักทั้งหลังจากการตรวจสอบหลังฐาน มีการสร้างขึ้นราวปี 2440 – 2460 นอกจากนี้ ภายในศาลาการเปรียญยังมี หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ มีภาพสีน้ำมัน จิตรกรรมฝาผนัง พุทธประวัติพระมาลัย รมเกียรติ์ และภาพศิลปวัฒนธรรมชาติตะวันตก ที่สร้างขึ้นจากช่างญวน พร้อมพระเณรชาวบ้าน ในอดีต ที่หาดูได้ยาก
ด้านนายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่า สำหรับวัดดังกล่าวถือเป็นวัดสำคัญ ที่ชาวบ้านาเคารพศรัทธา มาแต่อดีต อายุกว่า 100 ปี ก่อสร้างด้วยไม้สัก ทั้งหลัง โครงสร้างชั้นล่าง ทำด้วยปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ ทำให้มีมูลค่าสูง ส่วนศาลาการเปรียญแห่งนี้ นอกจากเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาและ ยังเป็นศาลาใช้เป็นสถานที่เรียนของโรงเรียนสงฆ์ โดยได้รับการบูรณะปรับปรุง จากกรมศิลปากร เมื่อปี 5558 ที่ผ่านมา ที่สำคัญการก่อสร้างยังเป็นศาลาการเปรียญ ที่มีการออกแบบก่อสร้าง ที่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก ทำให้มีความสวยงาม หาดูยาก เหมาะแก่การอนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยว เป็นที่น่าเสียดาย เพราะภายในยังมีจิตกรรมฝาผนังสีน้ำมัน พุทธประวัติ วิธีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ซึ่งจะได้ตรวจสอบรายงานความเสียหายไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง และหาสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง คาดมาจากไฟฟ้าลัดวงจร