posttoday
โยนหินว่าที่นายกฯ โหมกระแสยุบปชป.

โยนหินว่าที่นายกฯ โหมกระแสยุบปชป.

27 กันยายน 2553

นับถอยหลังสู่วันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางการจับจ้องล่วงหน้าไปที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกมาชี้ชะตาอนาคตพรรคเก่าแก่อายุกว่า 64 ปี ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ว่าจะ “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ”

นับถอยหลังสู่วันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางการจับจ้องล่วงหน้าไปที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะออกมาชี้ชะตาอนาคตพรรคเก่าแก่อายุกว่า 64 ปี ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ว่าจะ “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ”

โดย......ทีมข่าวการเมือง

 

โยนหินว่าที่นายกฯ โหมกระแสยุบปชป.

จากเสียงสะท้อนออกอาการ “หนักใจ” จากทีมกฎหมายประชาธิปัตย์ ทั้งในแง่มุมกฎหมายที่ดูจะหนักหนากว่าคดียุบพรรคครั้งก่อน จนถึงแรง “กดดัน” ที่มีความพยายามปลุกกระแสเรื่องสองมาตรฐานขึ้นมาในสังคม ทำให้ทิศทางน้ำหนักในคดีดูน่าหนักใจสำหรับประชาธิปัตย์

จึงไม่แปลกที่ช่วงนี้จะมีรายชื่อว่าที่นายกฯ ผุดขึ้นมาในสังคมราวกับดอกเห็ดต้องฝนแรก แม้หลายๆ ชื่อจะเป็นเพียงแค่การ “โยนหิน” วัดกระแส “นิยม” และ “เสียงยี้” จากสังคมก็ตาม

กลุ่มก้อนการเมืองต่างๆ เริ่มขยับตัวมองหาลู่ทางวาง “บทบาท” ตัวเองต่อจากนี้ เตรียมรองรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลจะออกมา “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ” แต่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

ยิ่งในสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังปั่นป่วน ค้างคาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จนต้องรอลุ้นว่าจะก้าวพ้นความแตกแยก ความรุนแรงที่ฝังรากลึกในสังคมไปได้หรือไม่

ทิศทางการเมืองในสถานการณ์ละเอียดอ่อนต่อจากนี้ ยิ่งต้องจับตากันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจหลังคำตัดสินคดีที่กลุ่มการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวทาบทาม จับกลุ่ม รวมขั้ว พร้อมกับเสนอ “ตุ๊กตา” รายชื่อนายกฯ ที่จะมารับหน้าที่ฟันฝ่าวิกฤต

เนื้อหอมสุดในเวลานี้หนีไม่พ้นมือประสานสิบทิศอย่าง “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กับจุดเด่นความเป็น “คนกลาง” ไร้สี ไร้กลุ่ม เข้าได้กับทุกพรรค รักทุกคน อันเป็นจุดเด่นที่สังคมต้องการในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาความขัดแย้ง

ที่สำคัญกับบทบาทใหม่ในวัย 75 ปี ที่อุทิศตัวเป็นกลไกสำคัญกับการผลักดันกระบวน “การปรองดอง” ให้กลายเป็นกระแสขึ้นมาในสังคม

ตั้งแต่การพบแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พร้อมคำตอบรับจาก “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” หนึ่งในแกนนำสามเกลอ พร้อมร่วมมือเดินหน้าสร้างความปรองดองแบบไม่มีข้อเรียกร้อง

ตามมาด้วยการเดินสายต่อเนื่องเยือนบ้านพระอาทิตย์ เข้าพบ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จนได้ข้อสรุปเบื้องต้น 4 ข้อ ใบเบิกทางการปรองดอง

จนถึงการไปประสานผ่าน เฮียเพ้งพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรคีย์แมนสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายว่ากระบวนการปรองดองจะเกิดขึ้นหรือไม่

แม้ “เสธ.หนั่น” จะยืนยันว่าไม่มีนัยทางการเมืองต่อการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ในฐานะที่เล่นการเมืองมา 30 ปี “ไม่มีเป้าหมายเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ไม่ได้หวังเป็นนายกฯ”

ในกรณีที่ประชาธิปัตย์ถูกยุบและกรรมการ บริหารถูกตัดสิทธิ ย่อมส่งผลต่อกระบวนทัพของประชาธิปัตย์ที่อาจแตกกระสานซ่านเซ็น เป็นโอกาสให้เพื่อไทยชิงจังหวะรวมพล “พลิกขั้ว”ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะหนุนให้ เสธ.หนั่นมานั่งเก้าอี้นายกฯ

ด้วยคุณสมบัติเด่นเรื่องการเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เหลือง แดง ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ยิ่งหากมีเป้าหมายเพื่อเดินหน้าทำเรื่อง “ปรองดอง” ด้วยแล้ว เชื่อว่าทั้งกระบวนการในสภาและนอกสภาน่าจะหนุน เสธ.หนั่น ขึ้นมาบัญชาการในช่วงรอการเลือกตั้งใหม่นี้

ทว่า อีกกระแสหนึ่ง ประชาธิปัตย์ไม่น่าจะยอมปล่อยให้สิ่งที่เดินหน้ามาต้องสะดุดหยุดลงด้วยการปล่อยให้เพื่อไทยพลิกขั้วเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงปรากฏชื่อ กรณ์จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ขึ้นมาขัดตาทัพในกรณีที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องถูกเว้นวรรคขึ้นมา

ถึงผู้จัดการรัฐบาลอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ จะออกมาสกัดดาวรุ่งว่า “ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนตัวนายกฯ จากอภิสิทธิ์ เป็นกรณ์ เพราะมันคนละเบอร์กัน” แต่จากหน่วยก้านและความสามารถด้านเศรษฐกิจที่ต้องการในห้วงเวลานี้ และความสดใหม่ไร้แผลให้โจมตี

โอกาสของ “กรณ์” กับเก้าอี้นายกฯ ก็ยังไม่ถูกปิดทางไปเสียทีเดียว แม้จะต้องตัดสินกันอีกรอบ เมื่อยังมียาสามัญประจำพรรคที่ชื่อ “ชวน หลีกภัย” ที่ถูกเสนอให้เป็นนายกฯ ตั้งแต่แรกก่อนประชาธิปัตย์พลิกขั้วมาเป็นรัฐบาล จนถึงวันที่ “อภิสิทธิ์” โดนมรสุมการเมือง จนมองว่าจะดึงให้ “ชวน” กลับมากุมพรรคอีกครั้ง ทว่าเจ้าตัวได้แต่ออกมาปฏิเสธทุกครั้ง

ทางฝั่ง “ภูมิใจไทย” ที่เร่งสร้างขุมกำลังคอยไล่เก็บแต้ม ไล่ดูด สส.เข้ามุ้งมาเรื่อยๆพร้อมซุ่มวางเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ตั้งเป้าเตรียมไว้การเลือกตั้งครั้งหน้า ย่อมไม่อยากเสียโอกาสครั้งนี้กับการช่วงชิงจังหวะดันคนของตัวเองขึ้นเป็นนายกฯ

ยิ่งภายหลังจากที่เปิดตัวแรงกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมปลุกกระแสประชาชนขึ้นมาสนับสนุน หวังขอคืนพื้นที่ทางการเมืองที่เสียหายไปกับข่าวฉาวต่างๆ ทั้งรถเมล์เอ็นจีวีฉาว การแต่งตั้งโยกย้ายที่มีปัญหาไม่จบสิ้นในกระทรวงมหาดไทย แม้จะมีเสียงสะท้อนว่าเป็นการเตรียมนิรโทษกรรมสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109

หวังเปิดทางให้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มานั่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยตามกระแสข่าว ก่อนดันต่อไปเป็นนายกฯ ซึ่งแม้จะดูเป็นไปได้ยากในเงื่อนไขเวลา และความซับซ้อนของการเคลื่อนไหวที่ขึ้นอยู่กับการแก้ไขกฎหมาย จึงอาจทำให้ทางเลือกนี้เป็นไปได้ยาก

จากนี้ไปจนถึงช่วงวันตัดสินคดียุบพรรค จึงน่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆ มากยิ่งขึ้น กับการช่วงชิงจังหวะครั้งสำคัญในโค้งสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน