posttoday
ยกมาตรฐานครู

ยกมาตรฐานครู

24 กันยายน 2553

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ... ซึ่งจะมีผลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 432,942 คน มีโอกาสปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,0003,000 บาทต่อคน หรือประมาณ 8%

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า อยากสนับสนุนให้อาชีพครูได้รับการยกวิทยฐานะทัดเทียมกับสายงานแพทย์ สายงานวิศวกร สายงานด้านกฎหมาย ซึ่งการปรับโครงสร้างเงินเดือนนั้นถือเป็นแรงจูงใจหนึ่งในการนำคนรุ่นใหม่ที่รักและสนใจอยากเข้าสู่อาชีพครู

โดยหลักแนวคิดของรัฐบาลที่จะทำนั้นไม่ผิดแต่อย่างใด แต่แน่ใจได้อย่างไรว่า การขึ้นเงินเดือนจะทำให้ครูทั้งหลาย เลิกทำอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ในเมื่อมีช่องโหว่มากมายให้ทำ

นอกจากนี้ สายอาชีพครูที่เปิดให้มีการเรียนการสอนขึ้นมานี้ ต้องยอมรับว่าคนเก่งไปอยู่ในสายงานอาชีพอื่นหมด ที่อยู่ในสายอาชีพครูก็ไปอยู่โรงเรียนเอกชน แถมการสอบบรรจุครูแต่ละครั้งก็ไม่ได้คนเก่งจริงเข้ามา มักจะมีเด็กฝากจากนักการเมืองปะปนเข้ามาด้วยเสมอ

ฉะนั้นคุณภาพของครูจึงเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องของระบบการศึกษาไทย คู่ไปกับผลตอบแทนที่ดูเหมือนจะต่ำจนทำให้ครูต้องหาทางออกด้วยการหาอาชีพเสริมทำ เช่น ทำธุรกิจขายตรงต่างๆ โดยมีลูกค้าคือนักเรียนหรือผู้ปกครอง หรือไม่ก็เปิดโรงเรียนกวดวิชา ในชั่วโมงเรียนก็สอนแบบขอไปที อยากรู้มากกว่านี้ก็ให้ไปเสียเงินกวดวิชา

หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะปรับระบบการศึกษาให้ทัดเทียมกันทุกอาชีพ หรือให้เงินเดือนข้าราชการสูงกว่าเอกชนแบบประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนเก่งแห่ไปสมัครเป็นข้าราชการ เพราะนอกจากจะได้รับผลตอบแทนสูงแล้ว ยังมีสถานะทางสังคมสูง และได้รับการยอมรับมาก

ในขณะเดียวกัน หากมีการทำผิดจะถูกลงโทษอย่างร้ายแรงกว่าคนทั่วไป บางคนถึงขั้นฆ่าตัวตายเพราะอับอายหากถูกจับได้ว่าคอร์รัปชัน

แต่ในประเทศไทยเอง ข้าราชการกลับเป็นอาชีพที่มีคนก่นด่ามาก ข้าราชการที่ดีก็มีมาก แต่ข้าราชการที่ไม่ดีกลับมีมากกว่า ข้าราชการในบางสายอาชีพคนมองภาพไม่ต่างจากโจรเท่าไหร่ ฉะนั้นปัญหาข้าราชการไทยจึงมีปัญหารากเหง้าที่ลึกซึ้งและต้องใช้เวลานานในการแก้ไข

การขึ้นเงินเดือนครูนั้น จะต้องทำคู่ไปกับการพัฒนา ยกมาตรฐานวิชาชีพครู ต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องคุณภาพก่อนจะขึ้นเงินเดือน ต้องดูคุณภาพตั้งแต่เรื่องการเรียนการสอน การเสียสละ การทำผลงานทางวิชาการ มีจิตวิญญาณความเป็นครู ล้วนต้องดูให้ครบถ้วน ไม่ใช่ดูเพียงแค่ผลงานวิชาการโดยที่ไม่ได้ดูว่าเบื้องหลังของครูเป็นอย่างไร

เราไม่คัดค้านการขึ้นเงินเดือนครู แต่หากไม่เข้มงวดเรื่องคุณภาพการขึ้นเงินเดือนไปก็เท่ากับใช้งบประมาณไปอย่างสูญเปล่าอีกทั้งผลงานทางวิชาการครูบางส่วนที่เน้นเรื่องผลงานก็ไม่ได้เขียนเอง การเขียนผลงานถ้าคนที่ทำงานจริงผลงานทางวิชาการต้องสอดคล้องกับงานที่ทำเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งนี้ไม่อยากเห็นการปรับขึ้นเงินเดือนทันทีรวดเดียว 8 เปอร์เซ็นต์ แต่ควรจะคอยๆขึ้นโดยอาจจะเริ่มที่ 3 เปอร์เซ็นต์ก่อน หากผ่านเกณฑ์ในการพิจารณาจึงจะขึ้นเป็น 8 เปอร์เซ็นต์

“ไม่อยากเห็นการเสนอปรับขึ้นเงินเดือนครูให้เทียบเท่าสายงานประเภทอื่นทำแบบวูบวาบ หรือดำเนินการเพียงแค่รัฐบาลชุดนี้แล้วจบลง หากแต่อยากเห็นการเอาจริงเอาจังในการปรับสายงานอาชีพครูให้ทัดเทียมสายงานอาชีพอื่น แนวคิดนี้จะยกมาตรฐานวิชาชีพครูได้อีกแนวทางหนึ่ง ทำให้คนเก่งอยากเข้าสู่อาชีพครูเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ครูประจำการที่ทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก เราต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องคุณภาพก่อนจะขึ้นเงินเดือน ทั้งนี้อยากเห็นมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่ดำเนินการเรียนการสอนในคณะศึกษาศาสตร์ ครูศาสตร์เอาจริงเอาจังและดำเนินการปฏิรูปตัวเองให้เข้มแข็งเพื่อจะผลิตครูให้ได้คุณภาพ จะเห็นว่าการประกาศขึ้นเงินเดือนครูมิได้นึกจะขึ้นก็ขึ้น หากแต่ต้องมีกระบวนการคิดที่รอบคอบ มิฉะนั้นจะสูญเปล่าทั้งเวลาและสูญเปล่าทั้งงบประมาณ นอกจากนี้คำพูดหรือแนวคิดนโยบายต่างๆมันเป็นนายของคนพูด จึงอยากให้รัฐบาลรักษาคำพูดต่างๆ ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเอาจริงเอาจังด้านการศึกษาและปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง” แต่ไม่ได้มรรคผลอะไรเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน