
ผู้ป่วยมะเร็งระยะ 3 ถาม สปส. จะให้ยาเฉพาะระยะแรกเท่านั้นหรือ
ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะ 3 ถามประกันสังคม ส่งเงินสมทบมานาน ทำไมถึงให้ยาเฉพาะผู้ป่วยระยะแรกเท่านั้น
ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะ 3 ถามประกันสังคม ส่งเงินสมทบมานาน ทำไมถึงให้ยาเฉพาะผู้ป่วยระยะแรกเท่านั้น
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. สังคมออนไลน์เผยแพร่เรื่องราวของผู้ป่วยโรคมะเร็งหญิงระยะ 3 รายหนึ่ง จากเว็บไซต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง https://www.change.org/ ในหัวข้อเรื่อง “คนไข้ประกันสังคม วอนขอชีวิต หลังพบเป็นมะเร็งเม็ดเลือดระยะ 3” โดยเธอเล่าว่า เธอส่งเงินสมทบประกันสังคมสังคมมานานกว่า 12 ปี ตั้งแต่เริ่มทำงาน แต่ไม่นานนี้ตรวจพบว่า เป็นมะเร็งระยะ 3 โดยแนวทางรักษามียา 3 ชนิดที่รักษาได้ และมีราคาสูง แต่หลักเกณฑ์การใช้สิทธิรักษาของประกันสังคม กลับตั้งกฏ ให้ยาเฉพาะคนที่เป็นระยะแรกเท่านั้น จึงเรียกร้องและตั้งคำถามว่าทำไม ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมานาน ถึงไม่ได้รับสิทธิรักษาอย่างเท่าเทียม เมื่อหมดหนทาง
“สวัสดีค่ะฉันชื่อ นางสาว ฐิชารัศม์ มณีศรีธนนท์ ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์และโรคได้ลุกลามมาเป็นระยะสุดท้าย คือระยะที่ 3 โรคนี้จริงๆ มียาที่สามารถรักษาได้ถึง 3 ชนิด แต่ปรากฏว่าประกันสังคม สามารถอนุมัติให้เฉพาะคนที่เป็นระยะแรกเท่านั้น ก็หมายถึง แม้มียาที่ดีสามารถรักษาได้ แต่ดิฉันก็ไม่มีปัญญา ได้ใช้มัน เพราะประกันสังคม ตั้งกฏที่ตลกมากคือ ให้ยารักษาคนที่เป็นระยะแรก แต่ระยะที่ 2 – 3 ไม่ให้เบิกยา
อยากทราบว่า ประกันสังคม จะปล่อยให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาเป็นเวลาสิบๆ ปีตาย เพราะไม่ได้รับการรักษาหรืออย่างไร ดิฉันเข้าใจดีว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฏ แต่กฏที่ตั้งมาให้รักษาระยะแรกได้ แต่ระยะอื่นจะปล่อยให้ตายอย่างนั้น เหรอคะ ดิฉันเขียนเรียกร้องครั้งนี้เพื่อตัวดิฉันเองและเพื่อนๆ ที่เป็นโรคเดียวกันอีกหลายคน คุณจะปล่อยให้ตายไปเลยหรือไง
ยาตัวนี้ ตกเม็ดละประมาณ 1,000-1,200 บาท ผู้ป่วยต้องใช้ยาตามปริมาณที่แตกต่างกัน อาจต้องกินวันละ 4-6 เม็ด รวมค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 7,200 บาท/วัน หรือ 200,000 บาท/เดือน
ดิฉันและเพื่อนๆ ผู้ป่วยทุกคนขอวิงวอน ขอแรงจากโลกออนไลน์ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขกฏระเบียบตรงนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเบิกยาได้ทุกตัว แม้ว่าจะเป็นระยะไหนก็ตาม เพราะดิฉันคิดว่าแม้แต่ 1 เปอร์เซ็นต์รอดของชีวิตดิฉัน มันก็คือชีวิต
ดิฉันขอเรียกร้องชีวิต ขอความเมตตาให้ได้มีชีวิตและได้รับยารักษาชีวิต เหตุผลก็เพราะได้ส่งเงินสมทบมาตั้งแต่ปีที่เริ่มทำงานปี พศ. 2548 จนถึงปัจจุบันปี พศ.2560 เป็นเวลา เกือบ 12 ปี เมื่อยามเจ็บป่วยก็ควรได้รับสิทธิ์การรักษาที่ดีจากสำนักงานที่เรียกว่าแห่งชาติ” เจ้าของเรื่อง ระบุ
อย่างไรก็ตามภายหลังจากเรื่องรางดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเรียกร้องให้ประกันสังคม ดำเนินการให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบ (โดยเฉพาะผู้ที่จ่ายสมทบมานาน) ได้รับสิทธิการดูแลรักษาอย่างเท่าเทียม







