
ร่างกสทช.เข้าสภา22ก.ย.
นายกฯ สั่งประสานวิปรัฐบาล นำร่าง กสทช.เข้าสภา22 ก.ย. ด้านจุติเตรียมถกกรณ์ ต่ออายุสัมปทาน 2จี
นายกฯ สั่งประสานวิปรัฐบาล นำร่าง กสทช.เข้าสภา22 ก.ย. ด้านจุติเตรียมถกกรณ์ ต่ออายุสัมปทาน 2จี
นพ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ประสานกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ในการนำร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 22 ก.ย. เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยเร็ว รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือระบบ 3จี
ด้านน วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. นายพรชัย มีมาก พนักงานบริษัท ทีโอที และอดีตกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ.องกรค์จัดสรรคลื่นถี่ กำกับดูแลวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคม เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องทำความเข้าใจว่า การประมูล 3 จีเป็นการประมูลคลื่นความถี่ ไม่ใช่ประมูลเทคโนโลยี เพราะ 3 จีคือเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องประมูล ปัจจุบันมีใช้อยู่แล้ว แต่นัยที่แอบแฝงคือการนำคลื่นความถี่ออกมาใช้ซึ่งองค์ประกอบทางกฎหมายยังไม่ครบ ดังนั้น การพูดการใช้ชื่อ 3 จีจึงเป็นการกลบเกลื่อนความจริง
อย่าง ไรก็ตามไม่ได้คัดค้านการการประมูล แต่อยากเรียกร้องให้การประมูลเป็นไปอย่างถูกต้องเพราะเป็นทรัพย์สมบัติของ ชาติ ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ
กทช. แจงแจกไลเซ่นส์โทรคมนาคมแล้วเกือบ 3 แสนใบ ภายใน 4 ปี ยืนยันไม่เคยเกินอำนาจหน้าที่
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 22 ก.ย. จะหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เกี่ยวกับการยกระดับสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 2จี ขึ้นเป็น 3จี ด้วยการขยายเวลาสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายเดิมโดยไม่ต้องเปิดประมูลใหม่ โดยเชื่อว่าแนวทางนี้เอกชนจะสนับสนุน เพราะไม่ต้องลงทุนมาก และรัฐก็ได้ประโยชน์จากการเช่าโครงข่าย ส่วนประชาชนก็ได้ใช้ 3จี เร็วขึ้น
“เอกชน ไม่ต้องลงทุนมาก เพียงแค่ลงทุนพัฒนาเครื่องมือเพิ่มขึ้นบางส่วน ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมดเหมือน 3 จี เสาอากาศ รัฐก็มีอยู่แล้ว เอกชนสามารถมาเช่าใช้ได้เลย รัฐบาลได้ประโยชน์จากค่าเช่าโครงข่าย ประชาชน ก็จะมี 3 จี ใช้กันเร็วขึ้น” นายจุติ กล่าว
นอกจากนี้ ในการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้มีการจัดทำแผนโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ โดยให้รวบรวมเครือข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ เพื่อรวมกันเป็นโครงข่ายเดียว และเปิดให้เอกชนมาเช่าใช้ประโยชน์ และมอบหมายให้นายไตรรงค์ สวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำรายละเอียดเรื่องนี้ ซึ่งเทคโนโลยี 3 จี เป็นส่วนหนึ่งในแผนบรอดแบนด์แห่งชาตินี้ด้วย
“ การลงทุนรวบรวมโครงข่ายของรัฐบาลและให้เอกชนเป็นผู้เช่า โดยไม่ต้องลงทุนสร้างเครือข่ายเองเป็นสิ่งที่เอกชนต้องการ ขณะเดียวกันประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีได้รวดเร็ว ในราคาประหยัด” นายจุติกล่าว
นายจุติกล่าวว่าสำหรับกรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของตน ว่า ได้มอบหมายให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มสหภาพแล้ว ซึ่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ เข้าใจตนดี และรับปากว่าจะไปชี้แจงทุกข้อสงสัยให้ ส่วนที่มีระบุว่า ตนไม่เข้าใจเรื่องความถี่ น่าจะเป็นที่เข้าใจผิดกัน และไม่อยากตอบคำถามว่า เรื่องนี้มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ เพราะถ้าไปพูดต่ออีกเรื่องก็จะไม่จบ และถ้ามีข้อสงสัยอะไรอีก ก็พร้อมจะชี้แจงในทุกเวที
“ ผมยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไป ยึดเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก และไม่หนักใจหากสหภาพฯ จะเคลื่อนไหว แต่อยากให้มองที่ภาพรวมของประเทศ และประชาชนเป็นที่ตั้งด้วย ใครจะบอกว่าผมผิดผมก็รับได้ แต่ขอให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ก็พอ” นายจุติกล่าว
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน กทช. ได้ให้ใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ ไปแล้วทั้งสิ้น 298,842 ใบ ซึ่งเป็นไลเซนส์ที่เกี่ยวกับคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม และมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะไลเซนส์ที่ให้นั้นเกิดขึ้นหลังรัฐธรรมนูญปี 2550
การออกมาแจกแจงในช่วงเวลานี้ไม่ได้มีนัยยะที่จะตอบโต้ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่ระบุว่ากทช.ไม่มีอำนาจ แต่เป็นไปตามมติคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ที่ต้องการ ให้ชี้แจงเกี่ยวกีบการอนุญาตใหใช้คลื่นความถี่ เนื่องจากมีการสอบถามเข้ามามากจากผู้ได้รับใบอนุญาตและประชาชน เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กทช.
ทั้งนี้ กฎหมายหลักในการดำเนินการครั้งนี้ คือ ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 มาตรา 51 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2548 ซี่งไม่ได้ละเมิดอำนาจ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้ต้องรอ กสทช. เพื่อมาอนุมัติคลื่นความถี่ที่เกี่ยวกับการกระจายเสียง หรือ บรอดคาสต์
“การแถลงข่าวในครั้งนี้ไม่ได้มีนัยที่จะบอกกับ กสทฯ แต่เพราะมีการสอบถามจำนวนมาก จึงได้มาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่ง 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ก็ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ให้ใช้กับโทรคมนาคมเท่านั้น” นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับไลเซ่นส์ที่ กทช.ให้ไปหลักๆ คือ การให้ไลเซ่นส์ 3 จี บนคลื่น 1900 เมกะเฮิร์ตซ ของ ทีโอที การโอนสิทธิ์การใช้งานคลื่นความถี่กิจการไทยโมบาย 1900 เมกะเฮิร์ตซ จากเดิมที่เป็นเจ้าของร่วมกันระหว่างทีโอที และ กสทฯ ให้ทีโอทีได้สิทธิ์บริหารแต่เพียงผู้เดียว การอนุญาตให้ทีโอที และ กสทฯ สามารถให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม หรือ เอชเอสพีเอ การเชื่อมโยงสัญญาณดาวเทียม ธีออส ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ยกเว้นการอนุญาต เช่นจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ ไวไฟ และ อาร์เอฟไอดี
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ กทช.ยังคงให้ไลเซ่นส์ที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมเพื่อความต่อเนื่อง เพราะบางไลเซ่นส์มีอายุการใช้งาน 3 ปี ซึ่งกทช.ยังคงมีอำนาจตามปกติ รวมทั้ง จะให้ไลเซ่นส์อื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ซึ่งในวันที่ 22 ก.ย. ยังคงมีการประชุมบอร์ดตามปกติ







