
ไทยสำเร็จผุดชุดตรวจDNAช้างครั้งแรกในโลก
นักวิจัยไทยประสบความสำเร็จพัฒนาชุดตรวจDNAช้างเป็นครั้งแรกของโลก ป้องกันการนำช้างป่ามาสวมเป็นช้างบ้านส่งนอก
นักวิจัยไทยประสบความสำเร็จพัฒนาชุดตรวจDNAช้างเป็นครั้งแรกของโลก ป้องกันการนำช้างป่ามาสวมเป็นช้างบ้านส่งนอก
ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพใน ประเทศไทย(โครงการBRT) แถลงข่าว ความสำเร็จในการพัฒนาชุดตรวจสอบดีเอ็นเอช้างได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยและ ของโลก โดย น.ส.ชมชื่น ศิริผันแก้ว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ ผอ.ส่วนพัฒนาส่วนสัตว์ ช่วยราชการสำนักรพระราชวัง ร่วมกันแถลง
ทั้งนี้ น.ส.ชมชื่น กล่าวว่า ชุดตรวจสอบดีเอ็นเอช้าง เป็นแบบไมโครแซทเทลไลท์หรือการเลือกตำแหน่งของดีเอ็นเอที่ใช้ในการตรวจ มีทั้งสิ้น 15 จุดใช้เวลาในการถอดรหัสประมาณ 10 วันจึงจะทราบผล ซึ่งจากการจับคู่ ระหว่างลูกช้าง 19 เชือก และแม่ช้างตัวจริงปนแม่ช้างปลอม จำนวน 35 เชือกเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์จำนวน 665 ครั้ง พบความถูกต้องจำนวน 657 ครั้ง ผิดพลาดเพียง 8 ครั้ง จึงมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์
น.สพ.อลงกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาของช้างไทย คือ การนำช้างป่ามาสวมตั๋วรูปพรรณเป็นช้างบ้าน โดยการฆ่าแม่ช้างเพื่อเอาลูกช้างตั้งแต่แรกเกิดมาฝึกและทรมานให้ลูกช้าง ยอมรับควาญช้าง เพื่อใช้เร่ร่อนหาเงินและส่งออกขายยังต่างประเทศ ซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาล ลูกช้างตัวหนึ่งซื้อขายในไทยได้ระหว่าง 5 – 8 แสนบาทต่อเชือก แต่เมื่อส่งไปขายยังต่างประเทศจะมีราคาเพิ่มขึ้น 10 – 20 เท่า ส่วนช้างเร่ร่อนสามารถสร้างรายได้ ได้ถึงวันละ 3,000 – 10,000 บาทต่อเชือกต่อวัน ซึ่งยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้
น.ส.พ.อลงกรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อช้างถูกส่งไปยังต่างประเทศ ช้างจะมีอายุไม่ยืน ปกติโดยเฉลี่ยช้างจะมีอายุ 60 – 70 ปี แต่เมื่อไปอยู่ต่างประเทศจะมีอายุ 30 – 40 ปี เพราะมีความผิดปกติทางสรีระวิทยา รวมทั้งช้างเกิดความเครียด ที่สำคัญโรคที่ทำให้ช้างในต่างประเทศตายมากที่สุด คือ วัณโรค ปัจจุบันมีช้างไทยในต่างประเทศประมาณ 200 – 300 เชือก ส่วนใหญ่อยู่ในสวนสัตว์และปางช้างเอกชน.







