
เปิดหนังสือเนวิน “ทำไมต้องนิรโทษกรรม”
สาระสำคัญของหนังสือเรื่อง “ทำไมต้องนิรโทษกรรม” ของ "เนวิน ชิดชอบ" ที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมนำออกแจกจ่ายทั่วประเทศจำนวน3แสนเล่ม
สาระสำคัญของหนังสือเรื่อง “ทำไมต้องนิรโทษกรรม” ของ "เนวิน ชิดชอบ" ที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมนำออกแจกจ่ายทั่วประเทศจำนวน3แสนเล่ม
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
หมายเหตุ : สาระสำคัญของหนังสือเรื่อง “ทำไมต้องนิรโทษกรรม” ที่มีจำนวน 24 หน้าเพื่อชี้แจงถึงสาเหตุต้องให้มีการตราร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมือง เขียนโดยนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับได้มีการมอบให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยนำไปแจกจ่ายให้ทั่วประเทศจำนวน 3 แสนเล่ม
ในฐานะที่ได้ทำงานมวลชนคลุกคลีกับประชาชนมากว่า 30 ปี เห็นว่าทางออกทางเดียวที่จะนำประเทศไทยออกจากวิกฤติได้คือต้องนิรโทษกรรมให้ แก่ประชาชนผู้บริสุทธ์ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมต้องชักฟืนออกจากกองไฟ โดย “ฟืน”หมายถึง มวลชน หรือประชาชนที่ถูกปลุกระดมขึ้นมา แล้วถูกผลักเข้าใส่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการไม่สมประโยชน์ทางการเมือง ของนักการเมือง
“ไฟ”หมายถึง ความโกธรแค้นและความต้องการเอาชนะการผูกใจเจ็บและไม่ให้อภัย ซึ่งนักการเมืองบางคนและผู้ไม่สมประโยชน์ทางการเมืองบางคนร่วมกันก่อขึ้น ดังนั้นถ้ายังมีการผลักและเข็นมวลชนเข้าสู่ความขัดแย้งไม่หยุดหย่อนและขยาย ตัวเรื่อยๆก็เท่ากับยังมีการเติมเชื้อเข้ากองไฟที่เกิดขึ้นอยู่กลางประเทศ ไทย และลุกลามเผาไหม้ทั้งประเทศ ดังนั้นข้อเสนอการถอนฟืนออกจากไฟ เพื่อให้ไฟที่เกิดขึ้นราลง และมอดดับไปในที่สุด เพราะมั่นใจว่าไฟกองนี้จะพ่ายแพ้ต่อน้ำใจของคนไทยในที่สุด ขอเพียงเรามีน้ำใจแก้กันเหมือนในอดีตที่ผ่านๆมา
ทุกอย่างต้องหาทางออกกลับไปเริ่มต้นใหม่หรือเซ็ต ซีโร่ (set zero)โดย การนิรทากรรมเป็นหัวใจหลักที่ต้องเรามหากไม่สามารถจบเรื่องเก่า ก็ไม่มีทางที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ ซึ่งการนิรโทษกรรมเป็นการแก้ปัญหาแบบไทยสไตล์คือ อโหสิแก่กัน แต่พอมีแนวคิดนี้ก็มีเสียงคัดค้านผมก็ประหลาดใหญ่ ในขณะที่มีความพยายามนิรโทษกรรมให้คนที่เคลื่อนไหวโดยบริสุทธิ์ใจกลับถูกคัด ค้าน แต่การเรียกร้องอภัยโทษคนคนเดียวกลับมีคนสนับสนุน
การนิรโทษกรรมที่ผมเสนอครอบคลุมและเป็นประโยชน์เฉพาะประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมโดยสุจริตและบริสุทธิ์ใจเท่านั้น ผู้สั่งการ และนักการเมือง ที่บงการอยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังหากทำให้บ้านเมืองเสียหาย ยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ได้รับสิทธิยกเว้น รวมถึงคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย มีคำถามว่าที่ให้จบเรื่องเก่าหมายถึงจบการตรวจสอบของศาลด้วยหรือไม่ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน การนิรโทษกรรมให้เฉพาะคนที่มาร่วมชุมนุม ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับพวกผม เพราะไม่มีความจำเป็น ในภาวะบ้านเมืองมีความขัดแย้งเช่นนี้คนเราอยู่ในสังคมต้องลืมเรื่องเก่า วันนี้เราต้องรีบชักฟืนออกจากไฟให้หมด แล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยมาช่วยกันดับ
ผมประหลาดใจกับข้อเสนอไม่ให้เอาผิดกับประชาชนทั้ง2สีเสื้อคือเหลือง และแดง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค กลับถูกนักการเมืองของ 2พรรคการเมืองใหญ่ ทิ้งแบบไม่เห็นค่า และไม่ให้เวลาพิจารณาแม้แต่วินาทีเดียว พรรคหนึ่งกับสีหนึ่ง อ้างว่าพวกตนไม่ผิด ไม่ต้องการนิรโทษกรรม โดยไม่สอบถามประชาชนที่ต้องคดีที่หลบหนี และที่อยู่ในเรือนจำแม้แต่คำเดียว พรรคหนึ่งกับสีหนึ่ง บอกว่านิรโทษกรรมจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์และคนผิดจะไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งที่หลายคนในพรรคนั้นและสีนั้นก็เคยได้รับนิรโทษกรรมจากคำสั่ง 66/2523 ไม่ต้องไปหลบซ่อน หนีคดีอยู่ในป่า ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคม
สถานะของผมในขณะนี้ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องรอกฎหมายนิรโทษกรรม และจะไม่หาประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างเด็ดขาด ที่จริงแล้วผมอยู่เฉยๆ เงียบๆ ผมก็ไม่ถูกด่า ไม่ถูกกล่าวหา ไม่ถูกหวาดระแวง ไม่เสียเพื่อน ไม่เสียมิตรทางการเมือง ไม่ต้องทำให้เพื่อน เข้าใจผิดคิดว่าเอาใจออกห่างเหมือนเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผมคิดดีแล้วว่าผมไม่อาจจะอยู่เฉยๆทำราวกับว่าผมไม่ใช่ผมไทย และประเทศไทยไม่ใช่ของผมไม่ได้ ผมรู้ว่าออกมาพูดเรื่องนิรทากรรมจะต้องถูกโจมตี ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ผมก็ต้องพูด ต้องทำ และต้องมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทย ในฐานะที่เป็นคนไทย วาระเดียวที่ผมมีและเป็นวาระหลักในครั้งนี้คือ “ผมคิดถึงบ้านเมืองมากกว่าการเมือง”
ผมไม่ได้ยึดติดว่าทางออกของประเทศไทยจะมีแนวทางเดียวคือการออกกำหมายนิรทากรรม แต่ขณะนี้ผมคิดได้เพียงเท่านี้ แต่หากท่านใด พรรคการเมืองใด มีวิธีการที่ดีกว่า เหมาะสมกว่า ทำให้ประเทศไทยสงบสุขได้เร็วกว่านี้ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีกต่อไป ก็ขอวิงวอนให้ท่านเสนอวิธีการออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนได้ พิจารณา ให้สังคมได้ตัดสิน มากกว่าเสนอด้วยวาจา โวหาร ที่มีแต่นามธรรม แต่นำไปปฏิบัติจริงไม่ได้เช่นทุกครั้งที่ผ่านมา และไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดที่เสนอเข้ามาแล้วสังคมเสียงส่วนใหญ่ ประชาชยเห็นด้วย ผมก็พร้อมจะสนับสนุน ยินดีจะเป็นมือ เป็นเท้า เป็นกำลังในการขับเคลื่อนแนวทางนั้น และจะช่วยรณรงค์อย่างเต็มที่







