
ไม่เซตซีโร่ปปช.ให้ยึดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ
กรธ.วางหลัก ป.ป.ช.ใช้ระบบรีเซตใครคุณสมบัติครบให้อยู่ต่อ พร้อมกำหนดระยะเวลาในการสอบสวนให้ชัดเจน
กรธ.วางหลัก ป.ป.ช.ใช้ระบบรีเซตใครคุณสมบัติครบให้อยู่ต่อ พร้อมกำหนดระยะเวลาในการสอบสวนให้ชัดเจน
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีข้อสรุปคือหน้าที่และอำนาจ จะยึดหลักการตามรัฐธรรมนูญเป็นหลัก รวมทั้งจะกำหนดระยะเวลาในการสอบสวน ไต่สวนของ ป.ป.ช.ให้ชัดเจน หากปล่อยจนขาดอายุความต้องมีความรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน การแจ้งบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง องค์กรอิสระให้แจ้งกับ ป.ป.ช. ส่วนกรรมการและเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.เองให้ไปแจ้งกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อถ่วงดุล
นอกจากนี้ ในส่วนของ ป.ป.ช.จังหวัดนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจาก กรธ.มองว่าไม่จำเป็นต้องมี แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ยืนยันถึงความจำเป็น คงต้องรอการพิจารณาต่อของคณะอนุกรรมการ ก่อนส่งกลับมาให้ กรธ.พิจารณาอีกครั้ง
สำหรับการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.นั้น กรธ.ยืนยันให้รีเซต คือให้ คณะกรรมการสรรหาพิจารณาคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะอำนาจ ป.ป.ช.เพิ่มขึ้นโดยอาจต้องเพิ่มบุคลากรมารองรับ
สำหรับการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.นั้น กรธ.ยืนยันให้รีเซต คือให้ คณะกรรมการสรรหาพิจารณาคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะอำนาจ ป.ป.ช.เพิ่มขึ้นโดยอาจต้องเพิ่มบุคลากรมารองรับ
ด้านแหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจเช็กคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน 9 คนนั้นส่วนใหญ่พบว่ามีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญใหม่ เว้นแต่นายสุรศักดิ์ ศรีวิเชียร ขณะที่นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ยังมีประเด็นต้องพิจารณาว่าถูกต้องตามคุณสมบัติใหญ่ของ ป.ป.ช.หรือไม่







