
พบหลักฐานยักยอกเงินฝากธ.ชุมชนบุรีรัมย์ล่องหน6ล.
ผอ.ธกส.บุรีรัมย์ เชื่อมีการทุจริตยักยอกเงินชาวบ้านที่ฝาก ธ.ชุมชนโนนเจริญ กว่า 6 ล. แต่มั่นใจนำเงินคืนชาวบ้าน
ผอ.ธกส.บุรีรัมย์ เชื่อมีการทุจริตยักยอกเงินชาวบ้านที่ฝาก ธ.ชุมชนโนนเจริญ กว่า 6 ล. แต่มั่นใจนำเงินคืนชาวบ้าน
นายนิยม เย็นใจ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมตรวจสอบเงินในบัญชีเงินฝากของประชาชน 11 หมู่บ้าน ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด เนื่องจากนำเงินไปฝากไว้กับสถาบันการเงินชุมชนโนนเจริญ ต.โนนเจริญ ถูกยักยอกสูญหายกว่า 6 ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบได้พบเบาะแส รวมถึงหลักฐาน และพฤติกรรมของกระบวนการยักยอกเงินแล้วหลายเรื่อง และได้นำข้อมูลรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทราบแล้ว โดยคิดว่าคงอีกไม่นานจะสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ เชื่อว่าน่าจะมีการร่วมกันกระทำผิดครั้งนี้มากกว่า 1 คน นอกจากนี้มั่นใจว่าจะนำเงินมาคืนชาวบ้านได้ทั้งหมด
ด้านนายศราวุธ สังข์บัวแก้ว หนึ่งในสมาชิก และเป็นแกนนำที่ได้ฝากเงินกับสถาบันการเงินชุมชนมากกว่า 5 หมื่นบาท กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนเข้าใจว่า สถาบันการเงินชุมชนดังกล่าว เป็นสาขาย่อยของธนาคาร ธกส. ทำให้มีความเชื่อมั่น และได้พากันแห่นำเงินมาฝากตลอด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบมีกระแสเงินหมุนเวียนทั้งฝาก และถอน มากกว่า 50 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าสถาบันฯดังกล่าวมีความเติบโตอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ประกอบกับการปัดความรับผิดชอบของคณะกรรมการ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่เป็นสมาชิกฯ บางรายแทบซ็อค จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และนำเงินกลับคืนให้กับชาวบ้านได้ และถึงแม้จะเงินมาคืนให้ชาวบ้านได้ทั้งหมด ยังไม่มั่นใจว่าสถาบันการเงินชุมชนจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ธนาคารชุมชน หรือสถาบันการเงินชุมชนโนนเจริญ นั้น ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2548 โดยธนาคาร ธกส. เป็นผู้ไปริเริ่มก่อตั้งในลักษณะธนาคารชุมชน พร้อมกับให้เงินทุนสนับสนุน จำนวน 1 ล้านบาท ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นธนาคาร สาขาย่อย ของ ธกส. จึงพากันนำเงินไปฝาก ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา คนพิการ และพระภิกษุ ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในธนาคารดังกล่าว จำนวนหลายล้านบาท จึงจูงใจทำให้เจ้าหน้าที่และกรรมการบางคนกระทำการทุจริตเงินดังกล่าว







