posttoday

พระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 สร้างตามแบบโบราณราชประเพณี

30 กรกฎาคม 2560

พระเมรุมาศงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างตามโบราณราชประเพณี

โดย...ส.สต

พระเมรุมาศงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างตามโบราณราชประเพณี ถึงแม้จะมีความแตกต่างจากพระเมรุมาศในอดีตบ้าง ก็เป็นไปเพื่อเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุด

อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ตอบคำถามผู้ร่วมงานในโครงการจัดกิจกรรมพิพิธภัณฑ์เสวนาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2560 ครั้งที่ 6 เรื่องเอกสารโบราณ และภาพถ่ายเก่าการพระบรมศพ และพระศพ ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วิทยากรได้แก่ พิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ นันทกา พลชัย ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

เมื่อเสวนาจบ วิทยากรให้ผู้เข้าประชุมซักถาม จึงมีคำถามหลากหลาย ในจำนวนนั้นมีคำถามถึงความแตกต่างระหว่างพระเมรุมาศในอดีต เทียบกับที่กำลังสร้างในขณะนี้ วิทยากรบนเวทีขอให้ อนันต์ ตอบดังนี้

พระเมรุมาศสำหรับถวายพระเพลิงพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก สมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 เป็นแบบแผนที่ต่อมาจากกรุงศรีอยุธยา นั่นคือการสร้างพระเมรุเป็นศูนย์กลาง มีพระเมรุมาศอยู่ภายใน ช่วงที่ 2 นับแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 5 คือรัชกาลที่ 5 รับสั่งให้ยกเลิกพระเมรุที่เป็นศูนย์กลาง คงเหลือแต่พระเมรุมาศเป็นหลัก

พระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 สร้างตามแบบโบราณราชประเพณี ระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2453 พระเมรุมาศทรงบุษบกองค์แรกของกรุงรัตนโกสินทร์ (ประกอบด้วยชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น)

ส่วนการสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้ ได้ดูรูปแบบพระเมรุมาศในการถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 5-6-8 เป็นสำคัญแล้วนำมาออกแบบถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

รูปแบบพระเมรุมาศคงรูปแบบที่ดำเนินการสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 คือเป็นอาคารบุษบก ยอดมณฑป แต่รายละเอียดอาจต่างกัน ที่เห็นชัดๆ คือ ชั้นเชิงกลอนในอดีตที่ผ่านมามี 5 ชั้น แต่ตอนนี้ชั้นเชิงกลอนเพิ่มเป็น 7 ชั้น เพราะพระองค์คือจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่

ส่วนเรื่องสัตว์หิมพานต์ก็ยังคงอยู่ โดยสร้างล้อมรอบพระเมรุมาศทั้ง 4 ด้าน ตามคติความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุ

อดีตเคยนำสัตว์หิมพานต์เข้าสู่ขบวนแห่ แต่ถูกยกเลิกตั้งแต่รัชกาลที่ 5 สืบทอดมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ครั้งนี้จึงไม่มีสัตว์หิมพานต์ในขบวนแห่

ถ้าถามว่ามีอะไรที่แปลกแยกไปจากพระเมรุมาศที่ผ่านมา อธิบดีอนันต์ว่ามันอยู่ในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ครั้งรัชกาลที่ 5 พระเมรุมาศทรงบุษบก และมีบุษบกประกอบซึ่งใช้เป็นสำสร้าง 4 หลัง ถึงรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 ไม่มีบุษบกประกอบ มีเพียงพระเมรุมาศ 1 หลังเท่านั้น

ส่วนครั้งนี้เป็นการเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุด จึงออกแบบโครงสร้างบุษบกหลัก 1 หลังเป็นพระเมรุมาศ และมีบุษบกขนาดย่อมอีก 8 หลัง สำหรับใช้เป็นสำสร้างและหอเปลื้อง

ถามว่าสิ่งเหล่านี้ต่างจากพระราชประเพณีหรือไม่ ตอบว่าไม่ต่าง ถ้าไปดูพงศาวดารสมัยรัชกาลที่ 1 ก็ทรงสร้างพระเมรุกลาง 1 หลัง จากนั้นก็มีพระเมรุมุม บุษบกมุม และบุษบกทิศ พระเมรุมาศประกอบด้วยยอดบุษบก 8 หลัง ส่วนพระเมรุมาศมีเก้ายอด

ส่วนเรื่องปลีกย่อยย่อมแตกต่างในแต่ละยุค แต่หลักๆ แล้วอยู่ในกรอบเดียวกัน นี่คือสิ่งที่สืบทอดกันมา ส่วนในรายละเอียด อาคารประกอบต่างๆ และแผนผัง อาจต่างกันบ้าง แต่คงรักษาแบบแผนไว้ ซึ่งแบบแผนเหล่านี้ก็คงสะท้อนความเชื่อหลักๆ คือความเชื่อด้านสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ไทย กับความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุ ที่เราจะส่งเสด็จเพื่อให้ดวงวิญญาณไปประทับร่วมกับเทพเทวดาทั้งหลายที่เขาพระสุเมรุนั้น

พระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 สร้างตามแบบโบราณราชประเพณี พระเมรุมาศ งานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ประกอบด้วยชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น)

กรณีที่มีพระยาครุฑ และพิฆเนศ ประดับด้วยนั้น ท่านอธิบดีอธิบายว่า เมื่อเราเชื่อเรื่องสมมติเทพ พระมหากษัตริย์เมื่อมีพระราชสมภพ ถือว่าเป็นเทพจุติ นั่นคือนารายณ์อวตาร ที่จะมาปราบยุคเข็ญ และสร้างความสุขให้พสกนิกร เริ่มมาแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง ที่มีพระนามว่าพระรามาธิบดีที่ 1

ตามคติความเชื่อของฮินดู พาหนะของพระนารายณ์คือพระยาครุฑ จึงสร้างพระยาครุฑเพื่อนำพระวิญญาณกลับคืนสู่เขาพระสุเมรุ

เป็นที่ทราบกันว่า การที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงสร้างความเจริญ และช่วยเหลือประชาชนตลอดเวลา 70 ปีนั้น จึงสร้างประติมากรรมเพิ่ม นอกจากพระยาครุฑ ก็มีมหาเทพรอบพระเมรุมาศ ก่อนถึงชั้นจิตกาธาน ได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม พระศิวะ พระนารายณ์ และที่ชั้นครุฑ ก็มีพระพิฆเนศก็เป็นเทพเช่นเดียวกัน

ในหมู่ชาวพุทธก็นับถือพระพิฆเนศอย่างกว้างขวาง พระพิฆเนศคือเทพแห่งศิลปะเทพแห่งแสงสว่าง ที่ช่วยขจัดปัญหาและอุปสรรค แล้วพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีทุกแขนง รวมถึงงานศิลปวัฒนธรรมที่พระองค์ทรงเป็นหลัก และทรงอุปถัมภ์ จึงเพิ่มมหาเทพ พระพิฆเนศ ท้าวจตุโลกบาลคือเทพประจำทิศ

ส่วนเทวดาที่นั่งและยืนรอบๆ นั้นคือองค์ประกอบมหาเทพ ที่ประทับแต่ละชั้นบนสรวงสวรรค์ ก่อนถึงชั้นเขาพระสุเมรุ

เมื่ออธิบดีอธิบายจบ เสียงปรบมือกึกก้อง เพราะผู้ฟังเห็นความแตกต่างของพระเมรุมาศในอดีต เทียบกับปัจจุบันอย่างชัดเจน

ข่าวล่าสุด

แมคโดนัลด์ดึง The Powerpuff Girls แจกกล่องสุ่มกระเป๋าใจฟู 99 บาท