posttoday
เมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกฯ อยากไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1

เมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกฯ อยากไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1

16 กรกฎาคม 2560

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปี 2457 เป็นการยุทธระหว่างเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี กับฝรั่งเศส อังกฤษ

โดย...ส.สต

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปี 2457 เป็นการยุทธระหว่างเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี กับฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย อิตาลี และญี่ปุ่น ส่วนสยามประเทศวางตัวเป็นกลาง

ในขณะนั้นเจ้านายชั้นสูง เช่น สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ภายหลังได้ทรงเป็นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเข้ารับราชการทหารประจำกรมทหารปืนใหญ่ม้ารักษาพระองค์ (The Royal Horse Artillery) กองทัพบกอังกฤษ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงนิพนธ์ในหนังสือเกิดวังปารุสก์ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พิมพ์ 28 มี.ค. 2493 (ปกแข็ง ราคา 22 บาท) เล่าถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งที่เข้ารับราชการทหารที่ประเทศอังกฤษ มีข้อความว่า

แต่น้ององค์สุดท้องของพ่อ คือ ทูลกระหม่อมอาเอียดน้อย (สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ภายหลังได้ทรงเป็นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) ท่านได้เสด็จกลับมาเมืองไทย เมื่อตั้งต้นมหาสงครามโลกครั้งที่ 1

(พ่อของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระโอรสพระองค์ที่ 40 ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระโอรสองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง (พระองค์เจ้าเสวภาผ่องศรี) พระราชธิดาในรัชกาลที่ 4)

ทูลกระหม่อมอาเอียดน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ ได้เสด็จไปศึกษาวิชาที่อังกฤษ ครั้งพ่อได้พาแม่เข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ และก่อนข้าพเจ้าเกิด (แม่ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ คือ คัทริน เดนิสกี ชาวรัสเซีย) ได้เสด็จไปเข้าวิทยาลัยอีตัน (Eton College) อันเป็นโรงเรียนมัธยมกินนอน ซึ่งหรูหราที่สุดในอังกฤษ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารปืนใหญ่กับทหารช่างที่เมืองวูลิช (The Royal Millitary Academy, Woolwich) และเมื่อทรงสอบได้เป็นนายทหารแล้ว ก็ได้ทรงเข้าประจำกรมทหารปืนใหญ่ม้ารักษาพระองค์ (The Royal Horse Artillery) ไปประจำกรมอยู่ได้ไม่นาน การมหายุทธสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็เกิดขึ้น

ทูลกระหม่อมอาเอียดน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ ได้ทรงเสียพระทัยมากที่ไม่มีโอกาสจะไปทำการรบโดยพร้อมเพรียงกับเพื่อนนายทหารของท่าน (ทหารอังกฤษ) ในกรมเดียวกัน

ท่านเล่าให้ข้าพเจ้าฟังภายหลังว่า เมื่อพวกเพื่อนนายทหารอังกฤษมาลาจะไปรบ และบอกว่าท่านเคราะห์ดีไม่ต้องไปรบ ท่านละอายพระทัยจนไม่ทรงทราบว่าจะทำอย่างไร แต่ทางอังกฤษเขาจะปล่อยให้ท่านไปรบไม่ได้ เพราะไทยเราเวลานั้นยังเป็นกลางอยู่

ต่อมาภายหลัง เมื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้ายอร์ชที่ 5 ท่านได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เมื่อท่านเสด็จไปตรวจทหารที่เมืองออลเดอร์ชอต (Aldershot) ทูลกระหม่อมอาเอียดน้อยได้มาร่วมโต๊ะเสวยกลางวันด้วย แต่พระเจ้ายอร์ชก็ทรงตอบว่า ทำอะไรไม่ได้เพราะทูลกระหม่อมอาเป็นคนไทยของประเทศที่รักษาความเป็นกลาง

ข้าพเจ้านำเรื่องนี้มาพูดเพื่อเผยแผ่ความกล้าหาญของทูลกระหม่อมอาเอียดน้อย ที่อยากจะไปรบกับเพื่อนนายทหารของท่าน

เมื่อทางอังกฤษไม่ยอมให้ทูลกระหม่อมอาเอียดน้อยไปรบ พ่อ (สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) ก็จัดการให้เสด็จกลับมารับราชการที่กรุงเทพฯ รับหน้าที่เป็นนายทหารคนสนิทพิเศษของพ่อ ในฐานะที่เป็นเสนาธิการทหารบก

นี่คือความกล้าหาญของเลือดกษัตริย์ไทย

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้