
พท.คาใจรัฐเร่งขายข้าว1.6ล้านตัน
เพื่อไทย ข้องใจ รัฐบาลเร่งขายข้าว 1.6 ล้านตัน หวังนำเงินมาเป็นทุนเลือกตั้ง เตรียมยื่นป.ป.ช.สอบ ด้าน ไตรรงค์ แจง ต้องรีบเพราะปล่อยข้าวค้างสต๊อกนานจะเสียราคา
เพื่อไทย ข้องใจ รัฐบาลเร่งขายข้าว 1.6 ล้านตัน หวังนำเงินมาเป็นทุนเลือกตั้ง เตรียมยื่นป.ป.ช.สอบ ด้าน ไตรรงค์ แจง ต้องรีบเพราะปล่อยข้าวค้างสต๊อกนานจะเสียราคา
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่อง การระบายข้าว 1.6 ล้านตันในสต็อคว่าโปร่งใสหรือไม่ โดย นายไพโรจน์ กล่าวว่า วันนี้ปรากฎว่ามีการขนข้าวออกจากโกดังไปแล้วทั้งที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ยังไม่มีการอนุมัติ มีหนังสือบี้ให้ข้าราชการต้องลงนามร่วมในสัญญาเพื่อให้เป็นไปตามสิ่งที่การเมืองต้องการ ที่ ระบุว่าซื้อไปเพื่อการส่งออกอย่างเดียวนั้นเป็นสัญญาลวงโลก อยากถามว่าไม่รู้หรือว่าเป็นการนำข้าวจากโรงสีมาทำข้าวถุงขายภายในประเทศ ได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำ เพราะซื้อราคาแค่ 17 บาทแต่ไปทำข้าวถุงกิโลกรัมละ 25 บาท ไม่ใช่ส่งออก เป็นการทำออเดอร์ปลอมแล้วนำไปแบ่งเค้กกันเพื่อนำเงินไปใช้สำหรับการเลือกตั้ง ถือเป็นการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง
นาย ไพโรจน์ ถามต่อว่า ทราบด้วยว่านอกจากการระบายข้าวในสต็อคไปแล้ว 1.6 ล้านตัน ยังมีการขายไปอีก 4 ล้านตัน ซึ่งปรากฎว่ามีบริษัทเม่งไต๋ อินเตอร์เทรด ที่ไม่เคยมีประวัติส่งออกหรือค้าขายข้าวโครงการใหญ่ๆ แต่ครั้งนี้กลับได้รับจัดสรรไป 1 ล้านตันกว่า เพราะใกล้ชิดนักการเมืองนั้น อยากถามว่าบริษัทดังกล่าวได้โควต้าซื้อข้าวไปได้อย่างไรทั้งที่ไม่เคยมี ประสบการณ์มาก่อน อยากทราบว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลได้ ระบายข้าวไปแล้วเท่าใด เหตุใดไม่ขายข้าวให้กับตลาดล่วงหน้าเพราะทำให้รัฐได้กำไร สงสัยว่าเหตุใดต้องแบ่งเค้กเพื่อเอาออเดอร์มากางกัน ทั้งนี้จะยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช) .ตรวจสอบเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไปแล้ว นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวควรต้องลงมาตรวจสอบเอง ไม่ควรโยนภาระให้ผู้อื่นรับผิดชอบ
ด้าน นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มีความจำเป็นต้องรีบระบายข้าวในสต็อค 1.6 ล้านตันก่อนไม่อย่างนั้นข้าวนาปีที่จะทยอยออกมาจะขายไม่ได้ราคา จึงต้องรีบระบายข้าวเก่าออกไปก่อนในช่วงที่ผ่านมา หากเปิดประมูลทั่วไปราคาจะตกต่ำ แต่หากเชิญพ่อค้ามาเสนอราคาน่าจะได้ราคาดีกว่า เพราะ จะมีคณะกรรมการคอยกำหนดราคากลาง ณ โกดังไว้ หักลบค่าขนส่งก็จะได้ราคาขั้นต่ำ ซึ่งการส่งออกต้องทำตามกฎของกระทรวงพาณิชย์ทุกประการ
จากนั้น นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ชี้แจงเสริมว่า การดำเนินการดังกล่าวต้องเร่งลงมือทำเป็นความลับพอสมควรเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศใหญ่ที่ผลิตข้าว ได้เป็นจำนวนมาก และการทำสัญญาตกลงดังกล่าวก็เป็นการสัญญาตามปกติไม่มีรูปแบบใหม่แต่อย่างไร และบริษัทที่จะซื้อข้าวกับรัฐบาลได้จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากพบความไม่ถูกต้องก็จะต้องมีการตรวจสอบ
"เหตุที่ต้องระบายข้าวออกไปบ้างเพราะเดือนหนึ่งรัฐบาลมีภาระ 750 ล้านบาทในการดูแลข้าวในสต็อค อยากถามว่ารัฐบาลชุด ก่อนที่เคยประกาศว่าราคาข้าวจะสูงไปถึง ตันละ 3 หมื่นบาทนั้น อยากถามกลับเหมือนกันว่าเหตุใดช่วงนั้นจึงไม่รีบระบายข้าวออกจากสต็อค กรณีการระบายข้าวผ่านตลาดล่วงหน้าขอเรียนว่าได้ทำแล้วเป็นระยะๆ ขณะที่การขายแบบรัฐต่อรัฐต้องทำเฉพาะห้วงเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ข้าวยังมีอยู่ในสต็อคแต่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้เพราะเป็นกลยุทธ์ทางการค้า ซึ่งกำลังค่อยๆใช้หลายวิธีในการระบายออกไป" นายอลงกรณ์ กล่าว







