posttoday
Cyber Resilience

Cyber Resilience

09 กรกฎาคม 2560

ปัจจุบันคำว่า “Cybersecurity” กำลังกลายเป็นคำยอดฮิตในวงการไอทีและยังฮิตนอกวงการไอทีอีกด้วย

โดย...ปริญญา หอมเอนก  ACIS/Cybertron Cybersecurity Research LAB ACIS Professional Center Co., Ltd. and Cybertron Co., Ltd.

ปัจจุบันคำว่า “Cybersecurity” กำลังกลายเป็นคำยอดฮิตในวงการไอทีและยังฮิตนอกวงการไอทีอีกด้วย ประชาชนทั่วไปได้เห็นปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์ตามสื่อต่างๆ กันอย่างต่อเนื่อง เช่น การโจมตีของโปรแกรมมุ่งร้ายเรียกค่าไถ่ “Wannacry” จนถึง “Petya” หรือ “NotPetya” จนสร้างความเสียหายให้กับองค์กรต่างๆ ทั่วโลก

คำว่า “Cyber Attack” หรือ “Cybersecurity” ถูกกล่าวถึงตามสื่ออยู่บ่อยๆ แต่เราไม่ค่อยได้ยินคำว่า “Cyber Resilience” กันมากนัก ซึ่งแท้จริงแล้ว “สภาวะไซเบอร์” ที่เราใช้สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตในการใช้งานโซเชียลมีเดียอยู่ในขณะนี้ คำว่า “Cyber Resilience” มีความสำคัญกับ “สภาวะไซเบอร์” อย่างมาก

เราควรศึกษาและทำความเข้าใจกับคำว่า “Cybersecurity” และ “Cyber Resilience” ให้ถ่องแท้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเรา ครอบครัว และองค์กร ตลอดจนประเทศชาติในภาพรวมต่อไปในอนาคต

BACK TO THE BASIC : “Security” and “Resilience”

จากคำนิยามศัพท์ในเอกสาร Presidential Policy Practice : Critical Infrastructure. Security and Resilience (PPD-21) โดยทำเนียบขาว รัฐบาลสหรัฐได้ให้คำจำกัดความคำ “Security” แตกต่างจากคำว่า “Resilience” ดังนี้

“Security” หมายถึง การลดความเสี่ยงให้กับโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและทางไซเบอร์ มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการ การบุกรุก การโจมตี รวมทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ได้ก่อขึ้นทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ เช่น การก่อการร้าย หรือการโจมตีทางไซเบอร์

“Resilience” หมายถึง ความสามารถในการเตรียมตัวและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งความสามารถในการทนทานต่อการบุกรุก การโจมตี รวมถึงความสามารถในการคืนสภาพของระบบ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีที่เกิดจากภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ได้ก่อขึ้นทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าความหมายของคำว่า “Resilience” มีความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่า “Security” และเมื่อพูดถึง “Cybersecurity” ก็ไม่ได้มีคำจำกัดความอย่างชัดเจนมาก่อน (แต่ในปัจจุบัน MITRE Corporation ได้นิยามไว้ในเอกสาร Cyber Resiliency Design Principles, January 2017)

ปัจจุบันเข้าใจกันโดยรวมว่า “Cybersecurity” หมายถึง ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ไม่ใช่ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ เช่น ประตูรั้ว การล็อกประตูบ้าน ประตูรถ แต่หมายถึง ความมั่นคงปลอดภัยในการนำคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศมาใช้

รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ในปัจจุบัน อาทิ สมาร์ทโฟน โดยสภาวะไซเบอร์นั้นยากจะควบคุมได้ ไม่เหมือนทางกายภาพที่สามารถกำหนดขอบเขตในการควบคุมได้อย่างชัดเจน

ดังนั้น “Cybersecurity” จึงบริหารจัดการยากกว่า “Physical Security” หรือ “Conventional Security”

ทำไมต้อง Cyber Resilience?

ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในปัจจุบันภัยไซเบอร์มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมีการโจมตีในลักษณะ APT (Advanced Persistent Threat) ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลของประเทศต่างๆ แบบลับๆ ที่เรียกกันว่า “State-Sponsored Attack” และมีการขายช่องโหว่ที่ผู้ผลิตยังไม่ถูกค้นพบที่เรียกว่า “Zero-Day Exploit” ในตลาดมืด หรือใน Dark Web

อีกทั้งหลายผลิตภัณฑ์ยังฝัง Backdoor มาจากโรงงานโดยการร่วมมือกับรัฐบาลในประเทศผู้ผลิต และยังไม่รวมโปรแกรมเจาะช่องโหว่ผู้ผลิตยังไม่ถูกค้นพบของทั้ง CIA และ NSA ที่กลุ่มแฮ็กเกอร์นำมาปล่อยให้ดาวน์โหลดกันทั่วไป เช่น กลุ่ม The Shadow Brokers (TSB) ได้ปล่อย Cyber Weapon ของ NSA ออกมาให้ชาวโลกได้เห็นกัน

สรุปได้ว่าในปัจจุบันและอนาคตไม่ใช่แค่ “IT Security” หรือ “Information Security” แต่รวมถึง “OT Security” (Operational Security) ที่ครอบคลุมไปถึงระบบ SCADA/ICS ตลอดจน IoT Security (Internet of Things Security) ที่มีการเจาะระบบกันแม้กระทั่งการเจาะกล้องวงจรปิด ยกตัวอย่างมัลแวร์ Mirai Botnet ที่เจาะ CCTV มาทำการโจมตีในรูปแบบ DDoS Attack เป็นต้น

ดังนั้น จึงไม่มีระบบออนไลน์ระบบใดที่ปลอดภัย 100% ทุกระบบมีสิทธิถูกเจาะตลอดเวลา 24X7 เราจึงควรเตรียมการรับมืออยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของแนวคิด “Cyber Resilience” ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา