posttoday
ความมั่นใจในการเมือง

ความมั่นใจในการเมือง

25 มิถุนายน 2560

การเมืองไทยสมัยใหม่ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ผ่านมาแล้วถึง 85 ปี

การเมืองไทยสมัยใหม่ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ผ่านมาแล้วถึง 85 ปี

เป็น 85 ปีที่สังคมไทยได้ผ่านประสบการณ์ทางการเมืองอย่างมากมาย ทั้งโอกาสและวิกฤต ซึ่งน่าจะเพียงพอให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง

ความท้าทายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งพอที่จะมองเห็น แน่นอนว่าปัจจัยทางการเมืองจะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญในทุกๆ โอกาสที่ประเทศไทยกำลังเร่งก้าวไปให้ถึง โครงการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจจับตามิใช่วันนี้ แต่เป็นอนาคต อนาคตที่จะเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่า การเมืองไทยจะไม่เป็นอุปสรรคการพัฒนาเศรษฐกิจ

การขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หรือที่เรียกว่า CLMV ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกจับตามองอย่างสนใจ จากศักยภาพในหลายๆ ด้าน ทั้งภูมิศาสตร์ที่ตั้ง ซึ่งเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลกได้อย่างสะดวก แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก แรงงานซึ่งอัตราค่าจ้างยังต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆ

จุดอ่อน ข้อด้อยในประเด็นทางการเมืองของหลายประเทศได้รับการแก้ไข เมียนมาเปลี่ยนจากรัฐบาลทหารมาเป็นรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกมาแล้วถึง 2 สมัย กัมพูชาเองก็มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง เวียดนามและลาวก็ปรับปรุงระเบียบข้อปฏิบัติให้เอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติมากขึ้น

เหล่านี้คือสิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราปรับตัวเพื่อรองรับโอกาส

ประเทศไทยเองก็กำลังพัฒนาโอกาสจากศักยภาพของภูมิภาค หลากหลายโครงการที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดัน อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 แห่ง และล่าสุดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดัน ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในอนาคต แบบเดียวกับที่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เคยริเริ่มโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด อันเป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามจากเศรษฐกิจเกษตรกรรมมาเป็นเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมเมื่อกว่า 3 ทศวรรษก่อน

น่าสังเกตว่า โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าทั้งหมดนี้ ไม่มีท้วงติงเรื่องความเหมาะสม ทุกพื้นที่ ทุกโครงการ คือโอกาสการพัฒนา แต่ข้อห่วงใยที่หลายฝ่ายสะท้อนออกมา โดยเฉพาะในมุมมองของนักลงทุน กลับกลายเป็นปัจจัยด้านการเมือง ความไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองแบบประชาธิปไตยเมื่อไหร่ และหลังการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งจะกลับเข้าสู่วังวนแห่งความขัดแย้งวุ่นวาย จนต้องล้มกระดานกันอีกหรือไม่

อาจกล่าวได้ว่า ทุกภาคส่วนของสังคมไทย ทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รัฐบาล พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ยังไม่มีใครประกาศยุทธศาสตร์การเมืองอย่างชัดเจน ร่างสัญญาประชาคมเพื่อความสามัคคีปรองดอง ก็เป็นแนวคิดที่เป็นนามธรรม ขณะที่ข้อห่วงใยถึงการวางฐาน กำหนดกติกา เพื่อให้ชนชั้นนำภาครัฐสืบทอดอำนาจต่อไปนั้นยังเป็นประเด็นหลักที่โจษจัน

สังคมไทยจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไรในสภาพที่ไร้ความเชื่อมั่นบทเรียน 85 ปี ของการเมืองสมัยใหม่มีหลายตัวอย่างให้เห็นถึงการไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจของกลุ่มหรือคณะใด ดังนั้นจึงใช่ว่าการสืบทอดอำนาจของชนชั้นนำภาครัฐจะทำให้เกิดความมั่นคง

หากยังไม่มีความเชื่อมั่นแล้วจะมีใครกล้าลงทุน ทุกภาคส่วนจึงควรประกาศเจตจำนงทางการเมืองออกมาให้ชัดเจน อย่างน้อยก็เพื่อให้มองเห็นทิศทางการเมืองในจังหวะก้าวต่อจากนี้ไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI