
โยกเงินตั๋วบี/อีมาฝากแบงก์
ปริมาณเงินฝากเดือน เม.ย.เพิ่ม 2 แสนล้าน บัญชี 10-20 ล้านเพิ่มสูง คาดโยกเงินบี/อีฝากแบงก์
โพสต์ทูเดย์ - ปริมาณเงินฝากเดือน เม.ย.เพิ่ม 2 แสนล้าน บัญชี 10-20 ล้านเพิ่มสูง คาดโยกเงินบี/อีฝากแบงก์
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดเงินรับฝากทั้งระบบเดือน เม.ย. 2560 ว่า ทั้งระบบมีบัญชีเงินฝากทุกประเภทรวม 90.57 ล้านบัญชี มีปริมาณเงินรวม 12.62 ล้านล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มี 88.1 ล้านบัญชี วงเงิน 12.42 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบัญชี หรือ 2.79% และปริมาณเงินเพิ่มขึ้น 2 แสนล้านบาทหรือ 1.6%
ทั้งนี้ หากแยกตามประเภทเงินฝากจะพบว่าเงินฝากประจำลดลงเกือบทุกประเภท โดยฝากประจำไม่เกิน 3 เดือน ลดลง 9.42 แสนบัญชี ปริมาณเงินลดลง5 หมื่นล้านบาท ฝากประจำ 3-6 เดือน จำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น 1.1 หมื่นบัญชี แต่ปริมาณเงินลดลง 1.54 ล้านล้านบาท ฝากประจำ 6 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปี บัญชีลดลง 1.04 แสนบัญชี ปริมาณเงินลดลง 1.2 แสนล้านบาท ฝากประจำ1-2 ปี บัญชีลดลง 5 หมื่นบัญชี ปริมาณเงินลดลง 2 หมื่นล้านบาท ฝากประจำ 2 ปีขึ้นไป บัญชีลดลง 1.01 แสนบัญชี ปริมาณเงินลดลง 6.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าผู้ฝากบางส่วนโยกไปลงทุนประเภทอื่นๆ มากขึ้น เช่น กองทุนที่ลงทุนต่างประเทศ ตราสารหนี้ ฝากกับสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น เพราะได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก
อย่างไรก็ดี หากดูในรายละเอียดจะพบว่าขนาดเงินฝากที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ เงินฝากขนาด 10-25ล้านบาท คาดว่าผู้ที่เคยลงทุนในตั๋วเงินระยะสั้น (บี/อี) ที่ต้องซื้อขั้นต่ำ 10 ล้านบาทขึ้นไป เมื่อครบกำหนดได้โยกเงินกลับมาฝากธนาคารไว้ก่อน หลังมีปัญหาผู้ออกตั๋ว บี/อี บางรายไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
สำหรับขนาดเงินฝากที่มีอัตราเพิ่มรองลงมา คือ เงินฝากขนาด 1-10ล้านบาท และอันดับ 3 เงินฝากขนาด 100-200 ล้านบาท มีเงินฝากรวม 5,262 บัญชี มีเงินฝากรวม 7.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 368 บัญชี หรือ 7.52% มีปริมาณเงินเพิ่มขึ้น 5.04 หมื่นล้านบาท หรือ 7.38%
ขณะที่เงินฝากขนาดอื่นๆ ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่อัตราการเติบโตไม่สูง เนื่องจากดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ รวมทั้งรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรยังฟื้นตัวไม่มากนัก เห็นได้จากขนาดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาทลงมา มีอัตราเพิ่มเพียง 1-2% ส่วนเงินฝากขนาด 5 แสนบาทแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง0.2%







