posttoday
ต้องจริงจังชัดเจน

ต้องจริงจังชัดเจน

24 มิถุนายน 2560

มากกว่าจะเป็นนักลงทุนภาคผลิตแท้จริง หลังจากที่นายกรัฐมนตรียกทีมเศรษฐกิจออกมายืนยันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

มากกว่าจะเป็นนักลงทุนภาคผลิตแท้จริง หลังจากที่นายกรัฐมนตรียกทีมเศรษฐกิจออกมายืนยันแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับผู้จัดการกองทุนระดับโลกกว่า 20 กองทุน บริหารเงินลงทุนกว่า 80% ของเงินลงทุนโลก และฉายภาพรวมให้อีกกว่า 50 กองทุนฟัง แต่ผลตอบรับนักลงทุนกลับแค่เห็นทิศทางชัดขึ้น โดยอยากให้รัฐบาลลงมือปฏิบัติจริงถึงจะเชื่อมั่นว่ายุทธศาสตร์ของไทยจะเกิดขึ้นได้

บนปมคาใจที่ยุทธศาสตร์นั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงได้ดังกล่าว อาจมาจากปัจจัยพื้นฐานของประเทศที่ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรม หรือนึกไม่ออกว่าประเทศไทยจะเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร หรือเพราะต้นทุนประเทศที่ผ่านมา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมส่วนใหญ่ผ่านไปหลาย 10 ปี ก็ยังไม่ได้ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่เหมือนเช่นจีนที่หลังจากเปิดประเทศกว่า 30-40 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่โครงการที่รัฐบาลจีนประกาศจะทำได้เป็นรูปธรรม จึงทำให้จีนพลิกฟื้นจากประเทศที่มีรายได้ต่อหัวต่อปีต่ำกว่าไทยเป็นเท่าตัว แต่ปัจจุบันนี้จีนมีรายได้ต่อหัวต่อปีแซงหน้าไทยไปแล้ว และมีขนาดเศรษฐกิจแซงญี่ปุ่นขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของโลกรวมทั้งมีแนวโน้มที่จะแซงเบอร์ 1 สหรัฐอเมริกา

ด้วยต้นทุนของประเทศจีนที่ส่วนใหญ่จะทำได้ตามที่ประกาศดังกล่าว จึงทำให้เมื่อจีนประกาศยุทธศาสตร์อะไรออกไป ถึงได้รับความเชื่อมั่นจากทั่วโลกว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง แม้หลายโครงการจะขาดทุนหรือเจ๊งต้องล้มเลิกไปเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยทุนสำรองประเทศที่ใหญ่ทำให้รับภาระขาดทุนได้มากกว่าประเทศเล็ก

เมื่อเป็นเช่นนี้การที่นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจออกมายืนยันกับนักลงทุนในงาน Thailand’s Big Strategic Move เสียงตอบรับที่สะท้อนออกมาจึงไปในทางเป็นสัญญาณที่ดี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
ต่างชาติขึ้น แต่อยากเห็นการลงทุนจากภาครัฐที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ถึงจะเชื่อมั่นมากขึ้นและนักลงทุนต่างชาติอยากเห็นการให้ความสำคัญ 4 ปัจจัยหลักคือ 1.คุณภาพการศึกษาไทยที่ดีพอรองรับการลงทุนในอนาคตด้านนวัตกรรมและการเกิดของอีอีซี 2.รัฐบาลจะเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพียงใด 3.การขออนุญาตด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะปรับปรุงให้เร็วได้หรือไม่ และ 4.การปราบปรามคอร์รัปชั่น

จะเห็นได้ว่าข้อกังวลหลักๆ ในความไม่เชื่อมั่นดังกล่าว เป็นเรื่องที่ทราบกันมาอย่างต่อเนื่องและที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามปรับปรุงปฏิรูปให้เห็นความคืบหน้าขึ้น แต่ก็อาจจะยังไม่มากพอ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของโลกในทศวรรษนี้ หรือจะเป็นแค่ในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ที่สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา ก็มีความน่าสนใจไปลงทุนไม่แพ้ไทย

จากภาพรวมทั้งหมดจึงเห็นได้ว่ารัฐบาลคงต้องปรับรูปแบบในการเรียกความเชื่อมั่น เพราะเท่าที่ได้ยินมายุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่มีนิวเอสเคิร์ฟต่อยอด 5 ธุรกิจเดิมบวกกับ 5 ธุรกิจใหม่ที่จะใช้ขับเคลื่อนประเทศไทยในอีก 20 ปี ในภาคปฏิบัติหลายหน่วยงานยัง 1.0 อยู่เลย ทำให้เมื่อต่างประเทศเห็นจึงไม่เชื่อว่าจะไปถึง 4.0 จึงห้ามไม่ได้ที่จะเกิดคำถามเดิมๆ เช่น พัฒนาคนขึ้นมารองรับทันหรือไม่ ภาครัฐจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่องจริงหรือเปล่า กฎระเบียบจะอำนวยความสะดวกแค่ไหน ซึ่งจะว่าไปภาคเอกชนที่จะลงทุนจริงๆ ก็ต้องรับความเสี่ยงบ้าง แต่เอกชนก็คงหาทางต่อรองให้ได้มากที่สุด ดังนั้นหากรัฐจริงจังและชัดเจน เชื่อสิ่งนี้จะสร้างแรงดึงดูดลงทุนให้ไทยได้ไม่แพ้ประเทศอื่น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน