
ข้าวราคาพุ่งรอบ3ปี
ทุบสถิติตั้งแต่คสช.บริหารประเทศ เหตุได้ยอดคำสั่งซื้อทำข้าวเปลือกขึ้นยกแผง
ทุบสถิติตั้งแต่คสช.บริหารประเทศ เหตุได้ยอดคำสั่งซื้อทำข้าวเปลือกขึ้นยกแผง
โพสต์ทูเดย์ - ราคาส่งออกข้าวไทยขึ้นสูงสุดตั้งแต่ คสช.บริหารประเทศในรอบ 3 ปี ทะลุ 440 เหรียญสหรัฐ/ตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาส่งออกข้าวไทยได้ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ โดยราคาส่งออกข้าวขาว 5% (ราคาหน้าท่าเรือหรือเอฟโอบี) อยู่ที่ 440 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากปีก่อนราคาเฉลี่ย 370-380เหรียญสหรัฐ/ตัน ข้าวนึ่งราคาส่งออก470 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากปีก่อนข้าว
นึ่งเฉลี่ย 400-410 เหรียญสหรัฐ/ตันข้าวหอมมะลิ 100% ราคาส่งออก 790เหรียญสหรัฐ/ตัน จากปีก่อนราคาเฉลี่ย650-700 เหรียญสหรัฐ/ตัน
“ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกเจ้าในประเทศปรบั ตวั เพิม่ ขึ้นมาอยูที่ 8,900-9,000 บาท/ตัน ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ (ความชื้น 15%) อยู่ที่ 1.1-1.12หมื่นบาท/ตัน” นายชูเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการส่งออกข้าวที่เพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะข้าวนึ่งที่มีคำสั่งซื้อเข้ามามากในตลาดแอฟริกา ทำให้ผู้ส่งออกต้องเร่งหาข้าวเปลือกในตลาดเพื่อมาทำข้าวนึ่งส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศปรับตัวดีขึ้นตาม และคาดว่าราคาดังกล่าวน่าจะทรงตัวสูงต่อไปได้อีก เนื่องจากมีความต้องการซื้อข้าวเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3อีกประมาณ 3-4 แสนตัน
“หลายประเทศผู้นำเข้าข้าวขณะนี้กำลังสั่งซื้อข้าวจากประเทศผู้ขาย ซึ่งก็ส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวปรับตัวดีขึ้นหมด ไม่ว่าจะเป็นไทย เวียดนามอินเดีย ซึ่งในส่วนของไทยน่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมเข้ามาอีก 3-4 แสนตัน จากบังกลาเทศที่กำลังเจรจาขอซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย 2 แสนตัน รัฐบาลฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลซื้อข้าวเดือน มิ.ย. อีก 2.5แสนตัน และอิรักกำลังจะเปิดเจรจาซื้อข้าวกับภาคเอกชนประเทศต่างๆ ไม่น่าจะต่ำกว่า 9 หมื่นตัน และอิหร่านที่เจรจาซื้อข้าวกับเอกชนไทยต่อเนื่อง”นายชูเกียรติ กล่าว
สำหรับประเทศฟิลิปปินส์ที่จะมีการเปิดประมูลซื้อข้าว 2.5 แสนตัน คาดว่าจะเป็นข้าวขาว 25% นั้น แม้ขณะนี้ราคาข้าวไทยจะสูงกว่าเวียดนามอยู่ประมาณ 40 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่เชื่อว่าน่าจะแข่งขันได้ หากฟิลิปปินส์เปิดซื้อในรูปแบบรัฐบาลกับเอกชน (จีทูพี)เพราะข้าวไทยมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคระดับบน เชื่อว่าการเปิดประมูลครั้งนี้ไทยน่าจะได้คำสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นตัน แต่หากเป็นข้าว
คุณภาพกลางไปจนถึงต่ำก็อาจจะแข่งราคากับเวียดนามลำบากขึ้น
นายชูเกียรติ กล่าวว่า ส่วนการเปิดประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลปริมาณ2.2 ล้านตัน เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค หรือข้าวกลุ่ม 2 ในวันที่ 13-15 มิ.ย.นี้ ถือเป็นจังหวะเหมาะสม เพราะราคาข้าวในตลาดกำลังปรับตัวขึ้น แต่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องการระบายข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมจะต้องป้องกันไม่ให้มีการรั่วไหลมาสู่ระบบบริโภคปกติ ซึ่งหากรั่วไหลเล็กน้อยไม่ถึง 1-2% ตลาดยังพอรับได้ เพราะหากรั่วไหลจำนวนมากจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวในตลาดและความได้เปรียบเสียเปรียบของผู้ประมูลในแต่ละกลุ่ม
“เรื่องการป้องกันข้าวอุตสาหกรรมรั่วไหลออกมา ทางสมาคมฯ ได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสว่ามีการนำข้าวไปใช้ผิดประเภท โดยให้งบประมาณในการเป็นรางวัล 3-4 ล้านบาท หรือรายละ 1-2 แสนบาท ซึ่งจะได้รางวัลก็ต่อเมื่อมีการแจังความดำเนินคดีแล้ว ถือเป็นการช่วยรัฐบาลในการป้องกันไม่ให้ข้าวอุตสาหกรรมไหลเข้ามาในระบบปกติ” นายชูเกียรติ กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า กรมการค้าต่างประเทศจะเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาล เข้าสู่อุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค ปริมาณ2.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวล็อตสุดท้ายในกลุ่มนี้ โดยจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ ในวันที่ 13 มิ.ย.และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 15 มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม แผนการระบายข้าวของรัฐบาล หลังจากที่เปิดระบายข้าวกลุ่ม 2 หรือข้าวที่มิใช่คนบริโภคเสร็จสิ้น จะมีการเปิดระบายข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเข้าอุตสาหกรรมในเดือน ก.ค.นี้และจะมีการนำ ผลสรุปทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) รับทราบ







