
ความสำคัญของ กกต.
สองสามวันมานี้ ท่านผู้อ่านคงจะได้รับทราบข่าวสารกันไปบ้างแล้วถึงเรื่องราวบางประการของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
สองสามวันมานี้ ท่านผู้อ่านคงจะได้รับทราบข่าวสารกันไปบ้างแล้วถึงเรื่องราวบางประการของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งประเด็นที่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องก่อปัญหาได้ (Controversial) ก็น่าจะเป็นเรื่องของการเริ่มต้นใหม่ (Reset) ซึ่งหลาย ๆ คนก็เรียกกันจนติดปากว่า เซตซีโร่ (Set Zero) ซึ่งภาษาไทยก็คงจะเหมือนๆ กัน คือ เริ่มนับกันใหม่ แต่พอเป็นภาษาอังกฤษแล้ว Reset จะฟังดูรื่นหูกว่า Set Zero แต่สำหรับผู้ที่เห็นต่าง โดยเฉพาะผู้ที่เห็นว่าไม่ควรเริ่มต้นใหม่ แต่ควรจะให้ทำงานต่อเนื่องไป ก็อาจจะมองไปอีกแบบ
พูดถึงเริ่มต้นใหม่ ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะกำลังคิดว่า การทำงานเมื่อมีรัฐธรรมนูญก็ต้องเริ่มต้นใหม่กันทั้งนั้น ซึ่งในแง่ของการขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็คงจะเป็นเช่นนั้น แต่ประเด็นสำคัญ คือ เริ่มขับเคลื่อนองค์กรภายใต้รัฐธรรมูญฉบับใหม่ด้วยกรรมการชุดเดิม หรือส่วนหนึ่งจากชุดเดิม หรือเริ่มชุดใหม่ โดยเป็นคนใหม่หมดเลย นี่จึงเป็นที่มาของสิ่งที่เรียกกันว่า เริ่มต้นใหม่ ซึ่งเมื่อเอ่ยถึงตัวบุคคลแน่นอน ท่านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ ท่านกรรมการ กกต.ทั้ง5 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็คงจะมีความรู้สึก ความนึกคิด ความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป ที่ท่านผู้อ่านก็อาจจะได้เห็นกันไปแล้วตามสื่อต่างๆ
หากเราย้อนความจำกันสักนิด เราคงจะเริ่มเห็นภาพอดีตที่เรามีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งกันมา บ้านเมืองเราอะไรไม่มีก็มักจะโยนไปที่นักการเมือง ซึ่งก็อาจจะจริง แต่หากจะมองในมุมกลับ ผู้คนจำนวนหนึ่งก็อาจจะบอกว่าเป็นเพราะ ทหาร ก็นานาจิตตัง ถกเถียงกันได้ แต่จะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใครเป็นปัญหา ฟื้นฝอยย้อนรอยหาอดีตกันมากไป ก็อาจจะขยับไปข้างหน้าลำบาก หากจะเดินกันไปข้างหน้า โดยเฉพาะยึดเอาสิ่งที่ผู้คนทั้งหลายพากันตั้งหน้าตั้งตารอ ตั้งความหวังคอย คือ การปฏิรูป นั้น ก็คงจะต้องทำกันจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ทำกันอยู่แต่บนกระดาษ
หนึ่งในประเด็นปฏิรูปหลักของบ้านเมืองที่ผู้คนเรียกร้องกัน ถึงกับออกมาเดินถนนกันเรือนแสน เรือนล้าน ก็คือ การปฏิรูปการเมือง ซึ่งก็ประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่หากจะมองกันแล้ว ส่วนสำคัญมีอยู่สามส่วน โดยอาจจะขอมองเป็นเกมกีฬา คือ กรรมการ นักกีฬา และผู้สนับสนุน ซึ่งทุกส่วนสำคัญอย่างที่สุด กรรมการ คือ กกต. นักกีฬา คือ นักการเมือง ผู้สนับสนุน คือ ประชาชน ซึ่งในแง่ของบ้านเมือง ผู้สนับสนุนนี้ คือ สิ่งสำคัญที่สุด ที่จะต้องผลักดัน และตรวจสอบการทำงานของ กกต. และนักการเมือง แต่ก็โดยให้พวกเขาทั้งสองกลุ่มเป็นตัวแทนของตน ที่ไม่ใช่ไปทำหน้าที่ขาดจากตัวเอง เพราะแรงสนับสนุนจากประชาชนนี้เอง ที่จะทำให้ กกต.เข้มแข็ง และนักการเมืองไม่กล้าจะกระทำผิด
เมื่อ กกต. เป็นตัวแทนของประชาชน และเป็นด่านหน้าของการคัดเลือกให้ได้มาซึ่งผู้แทนที่พอจะเชื่อถือไว้วางใจได้สำหรับประชาชนผู้ไปใช้สิทธิในการเลือกคนเหล่านั้นมา การปฏิรูปจึงต้องแสดงให้เห็นเป็นลำดับแรกผ่าน กกต. เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติใหม่ให้สูงขึ้น เป็นการเริ่มการปฏิรูป ต่อมาหากท่านกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ยอมรับการเริ่มต้นใหม่ เพื่อผลัดใบให้คนใหม่เข้ามาตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยยอมรับว่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน เพื่อส่วนรวม เมื่อกรรมการมีน้ำใจนักกีฬาที่เต็มเปี่ยม พร้อมเปลี่ยนผ่าน ต่อมาได้ท่านที่มีคุณสมบัติเหมาะสม นักกีฬาจะอ้างโน่นอ้างนี่ก็ลำบาก เมื่อผู้สนับสนุนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง เลือกนักกีฬาที่ดี เป็นแรงช่วยกรรมการ ที่หวังว่าจะได้ผู้แทนที่พอจะดีได้บ้าง ก็อาจจะพอเป็นได้อยู่ ที่เหลือ ก็นักกีฬา ให้มีน้ำใจนักกีฬาบ้าง ความหวังก็อาจจะพอเรืองรองได้สักนิด







