
แบงก์ฟันธงบาทแข็งต่อเนื่อง
ธปท.เผยเงินทุนเคลื่อนย้ายเดือน เม.ย.ปีนี้เริ่มไหลเข้าสุทธิ 6,930 ล้าน คาดเดือน มิ.ย.ยังเข้า กดเงินบาทอยู่ในทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง
โพสต์ทูเดย์ - ธปท.เผยเงินทุนเคลื่อนย้ายเดือน เม.ย.ปีนี้เริ่มไหลเข้าสุทธิ 6,930 ล้าน คาดเดือน มิ.ย.ยังเข้า กดเงินบาทอยู่ในทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า มีเงินไหลเข้าสุทธิ 203 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,930 ล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนเปิดตลาดในวันที่ 2 มิ.ย.ที่ระดับ 34.14 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เงินทุนไหลออกสุทธิ 7,004 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดีจากต้นปีถึงปัจจุบัน หรือ 4 เดือนแรกของปีนี้ เงินทุนยังไหลออกสุทธิที่ 4,158 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ไตรมาสแรกปีนี้ไหลออกสุทธิ 4,361 ล้านเหรียญสหรัฐ และเดือน เม.ย.ไหลเข้าสุทธิ 203 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เงินทุนไหลเข้ามาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ในธุรกิจการผลิตผลิตภัณฑ์เคมี กิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ และการขายจักรยานยนต์
อย่างไรก็ดี ในฝั่งทรัพย์สินเงินทุนยังไหลออก จากการที่นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ทั้งในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยเฉพาะในไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย และยังออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของธุรกิจไทยในธุรกิจทางการเงิน การขายส่งสินค้า และการผลิต เครื่องจักร ในเนเธอร์แลนด์ เวียดนาม และสิงคโปร์
ด้าน นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอล มาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดว่า เงินทุนจากต่างชาติในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ยังน่าจะเป็นทิศทางไหลเข้าต่อเนื่อง จากช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ของเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เงินทุนก็ยังไหลเข้าสุทธิ ซึ่งคงกดค่าเงินบาทให้อยู่ในทิศทางที่แข็งค่า อยู่ใกล้ๆ ระดับ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นบ้าง แค่คงไม่ถึงขั้นหลุดกรอบ 34 บาท ไปที่ 33 บาท
นอกจากนี้ สาเหตุที่เงินยังมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และไทย เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐน่าจะทำให้กระแสโปรทรัมป์แผ่วลง ทำให้มุมมองความเชื่อมั่นในการทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เปลี่ยนไป บวกกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ชัด หรือน่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และยังมีการลดการลงทุนในสินทรัพย์ของสหรัฐด้วย







