posttoday
สั่งอุ้มเอสเอ็มอี

สั่งอุ้มเอสเอ็มอี

14 กันยายน 2553

รมว.คลัง ห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีขาดสภาพคล่องจากปัญหาค่าเงินบาท สั่งธนาคารรัฐช่วยด่วน

รมว.คลัง ห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีขาดสภาพคล่องจากปัญหาค่าเงินบาท สั่งธนาคารรัฐช่วยด่วน

 

สั่งอุ้มเอสเอ็มอี

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ช่วยดูแลสภาพคล่องผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น โดยเฉพาะผู้ส่งออกรายกลางและเล็กที่มีความเสี่ยงมากกว่ารายใหญ่

รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องกำกับดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวนมากเกินไป และ ธปท.จะเป็นผู้พิจารณาว่าสถานการณ์ขณะนี้สมควรที่จะออกมาตรการเสริมเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนหรือไม่

“ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องการเก็งกำไรค่าเงินบาทผ่านตลาดหลักทรัพย์ ส่วนตลาดตราสารหนี้มีการเข้ามาซื้อพันธบัตรระยะยาวมากขึ้น จึงสั่งการให้ ธปท.จับตาดูอย่างใกล้ชิดเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากต่างประเทศว่าผิดปกติหรือไม่” นายกรณ์ กล่าว

สำหรับค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 13 ก.ย. ที่ 30.74/76 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย

ด้านนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท.จะเรียกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาหารือในสัปดาห์นี้เพื่อรับทราบผลกระทบจากการแข็งค่าจากเงินบาท รวมถึงอุปสรรคในการทำธุรกิจเพื่อจะหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทวันที่ 13 ก.ย. ยังเป็นไปตามทิศทางเดียวกับภูมิภาค แต่แข็งค่าในอัตราที่ชะลอลง และแข็งค่าน้อยกว่าสกุลอื่นในภูมิภาค อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ฟิลิปปินส์

นางสุชาดา กล่าวต่อว่า เงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ เป็นการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเป็นส่วนใหญ่ และมีตลาดตราสารหนี้อีกส่วนหนึ่ง

นายนริศ ชัยสูตร ประธานกรรมการเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบ และต้องเร่งสร้างความรู้ในการป้องกันความเสี่ยงให้กับภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐต้องเร่งจัดซื้อสินค้าที่มีความจำเป็น จะได้สินค้าที่มีราคาถูกลงรวมถึงต้องเร่งหาทางช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ อาจกระทำโดยการให้สินเชื่อ การดูแลเรื่องค่าธรรมเนียมของอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นธรรม การเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเอกชน

นอกจากนี้ แนวทางในการควบคุมการเคลื่อนไหวค่าเงินในระยะกลาง รัฐบาลอาจมีการเร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการประสานงานกับประเทศใน ภูมิภาคในการลดการซื้อสินค้าสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ แต่หันมาใช้สกุลเงินในภูมิภาคแทน รวมถึงการติดตามแนวโน้มของค่าเงินอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนของธนาคารพาณิชย์ของไทยให้มีการขยายการลงทุนใน ต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจไทยในต่างประเทศให้มี ยุทธศาสตร์การลงทุนที่เข้มแข็งขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน