posttoday
ลูกแม่ถ้วน (3)

ลูกแม่ถ้วน (3)

14 พฤษภาคม 2560

สำหรับต้นมะพร้าว เห็นทีไรก็นึกถึงพี่ชวนทีนั้น มะพร้าวสูงมากทีเดียวมีแต่พี่ชวนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปีนขึ้นไปเก็บลูกมะพร้าวลงมาได้

โดย...ถาวร หลีกภัย

สำหรับต้นมะพร้าว เห็นทีไรก็นึกถึงพี่ชวนทีนั้น มะพร้าวสูงมากทีเดียวมีแต่พี่ชวนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปีนขึ้นไปเก็บลูกมะพร้าวลงมาได้

วิธีของพี่ชวนก็คือใช้ผ้าขาวม้าปั่นเป็นเชือก แล้วผูกขา 2 ข้าง เว้นระยะห่างให้กระชับหว่างขา พอเหมาะที่จะเกาะต้นมะพร้าวและเวลาปีนขึ้นก็ต้องมีจังหวะทั้งในการใช้มือเกาะลำต้นไว้ กับการยกตัวกระเถิบขึ้นของ 2 ขา พร้อมๆ กัน ซึ่งพี่ชวนทำได้ในท่ามกลางความระทึกใจของพวกน้องๆ ที่คอยส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างล่าง พี่ชวนเอามะพร้าวอ่อนมาให้พวกเรากินกันหลายลูก

พี่ชวนมีฝีมือฝีตีนในการปีนต้นมะพร้าวได้อย่างทะมัดทะแมงจนผมอดคิดในขณะนั้นไม่ได้ว่า ถ้าไม่มีอาชีพอะไร พี่ชวนอาจรับจ้างปีนมะพร้าวหาเงินได้ นั่นคิดไปจนขนาดนั้น 

เนื่องจากบ้านของเราตั้งอยู่บนเนิน จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นจากเทือกเขาบรรทัดสวยงามมาก ในขณะที่ระดับน้ำในบ่อน้ำที่บ้านก็จะเปลี่ยนตามฤดูกาล มีน้ำมากน้ำน้อยในหน้าฝนไม่มีปัญหา แต่ในหน้าแล้งน้ำจะแห้งถึงก้นบ่อ ทำให้น้ำไม่พอใช้ เด็กๆ อย่างพวกเราจึงมักไปอาบน้ำบ้านญาติซึ่งอยู่ในที่ลุ่ม

ลูกแม่ถ้วน (3) ต้นมะพร้าวที่บ้านเลขที่ 183

สำหรับความสนุกสนานในวัยเด็กคือการได้เล่นน้ำกันที่คลองเจ็ด ที่อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งแต่จำความได้ ผมชอบเล่นน้ำคลอง แต่เนื่องจากผมยังไม่แข็งแรงพอที่จะเดินไปเอง จึงต้องอาศัยขี่หลังพี่ชวนไป

คลองน้ำเจ็ดในอดีตเป็นคลองน้ำใส เราจึงเล่นน้ำกันได้อย่างมีความสุข จำได้ว่าเพื่อนคนหนึ่ง ว่ายน้ำเก่งมาก และสามารถดำน้ำไปจับกุ้งได้ด้วย เสร็จจากเล่นน้ำแล้ว เราก็ไปอาบน้ำบ่อต่อที่บ้านญาติซึ่งอยู่ใกล้คลองน้ำเจ็ดนั่นเอง

ต่อมามีโรงงานบ่มยางมาตั้งขึ้นในบริเวณนั้นแล้วปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลงคลอง คลองน้ำเจ็ดจึงเน่าเสียเห็นแต่ปลาตายลอยฟ่อง นี่คือผลกระทบของโรงงานต่อสิ่งแวดล้อมที่ผมได้เห็นและเรียนรู้มาตั้งแต่เป็นเด็ก

เรื่องนี้มีเล่าต่อ

ลูกแม่ถ้วน (3) คลองน้ำเจ็ด

ผู้บริหารโรงงานนั้นนั่งรถเก๋งคันใหญ่ และชอบขับรถด้วยความเร็วสูงราวกับรถแข่งทุกครั้ง ที่ผ่านมาหน้าบ้านที่ถนนวิเศษกุล พร้อมกับที่ทิ้งฝุ่นสีแดงอันตลบอบอวลเป็นม่านหมอกเอาไว้ให้ชาวบ้านสองฟากถนน
ได้สูดดมอยู่เสมอวันละ 2 เวลาเช้า-เย็น และชาวบ้านต้องทนอยู่นานนับเป็นปี ปีแล้วปีเล่า กว่าจะตระหนักได้ในวันหนึ่งว่า รถคันนี้คือมหาภัยต่อสุขภาพ 

วันนั้นก็บังเอิญว่า ผมยืนอยู่ที่หน้าบ้านพอดี จึงได้เห็นรถเก๋งของผู้บริหารโรงงานผ่านมาอย่างเคย แต่คราวนี้เหมือนเต่าคลานเพราะไม่มีกระจกหน้ารถแล้ว โดนปาด้วยก้อนหิน ใครคือมือดีปาก้อนหินใส่รถ ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า รถคันนี้ได้ลดระดับความเร็วลง และวิ่งเป็นปกติเหมือนกับรถทั่วๆ ไป นับตั้งแต่วันนั้นมา

บ้านเลขที่ 183 เมื่อก่อนนั้นตั้งอยู่บนเส้นทางการคมนาคมจากชนบทกับตลาดในเมือง จึงมักจะได้เห็นชาวบ้านแบกค่าง แบกค้างคาวแม่ไก่หรือไม่ก็เป็นกระรอกผ่านมาอยู่เสมอ เพื่อจะนำไปขายในเมือง ในด้านหนึ่งก็บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าใน จ.ตรัง ในยุคนั้น อย่างเช่นวันหนึ่งผมกลับจากโรงเรียนมายังได้เห็นผู้คนกำลังสาละวนจับเสือปลาอยู่บริเวณหลังบ้าน

เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริงเมื่อ 60 ปีมาแล้ว

ลูกแม่ถ้วน (3) เสือปลา

ที่บ้านหลังนี้เคยจับเสือปลาได้ เล่าให้ใครฟังทุกวันนี้คงไม่มีใครเชื่อ แต่ทุกอย่างคือเรื่องจริง

การที่ผมเกิดมาเป็นลูกแม่ถ้วน หลีกภัย คนหนึ่ง จึงไม่ว่าแม่จะทำอะไร ประกอบอาชีพอะไร ผมก็ต้องเป็นลูกมือแม่ไปด้วย เกือบจะในทุกเรื่อง แม่ถ้วนไม่เคยอยู่นิ่ง ถ้าไม่กรีดยาง แม่ก็จะทำขนมขาย ในช่วงเวลาที่ยางราคาต่ำมากๆ เมื่อแม่ไม่ไปกรีดยาง และผมก็ไม่ต้องตามแม่ไปเก็บน้ำยางนั้น ก็จะต้องคอยเป็นแรงงานช่วยแม่ทำขนม จำได้ว่าผมต้องช่วยแม่โม่แป้ง เพื่อทำขนมใส่ไส้จนได้กล้ามแขนโตขึ้น

ช่วยทำขนมแล้ว ผมยังต้องเป็นพ่อค้าจำเป็นอีก

ลูกแม่ถ้วน (3) เครื่องโม่แป้ง (ด้านหลังแม่ถ้วน) ที่เคยใช้โม่แป้งทำขนมขาย ในช่วงเวลาที่ยางราคาต่ำมากๆ


ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน