posttoday
ความเสี่ยงและแนวทางการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ไทย (1)

ความเสี่ยงและแนวทางการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ไทย (1)

11 พฤษภาคม 2560

โดย...ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่นเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านหลายท่านคงได้รับทราบข่าวที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในวงการสหกรณ์ออมทรัพย์ของประเทศอีกครั้งหนึ่ง คือ ข่าวที่อดีตประธานสหกรณ์แห่งหนึ่ง ได้ฉ้อโกงเงินคนใกล้ชิดผ่านการหลอกไปลงทุนในแชร์ลอตเตอรี่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดในการบริหารงานของสหกรณ์และไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเงินของสหกรณ์แห่งนั้น แต่ก็ได้สร้างความกังวลให้กับสมาชิกสหกรณ์บางส่วน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องออกมาชี้แจงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ไทยในวันนี้ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจภาพรวมของผลการดำเนินงานและความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทยกันครับตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำวิจัยประเมินความเสี่ยงด้านการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ มุ่งหวังที่จะสร้างตัวแบบในการประเมินความเสี่ยงสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในการนำไปปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้นภาพรวมความเสี่ยงของสหกรณ์ออมทรัพย์สามารถพิจารณาเบื้องต้นได้จากอัตราส่วนที่เรียกว่า Loan-to-Deposit

โดย...ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น

เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านหลายท่านคงได้รับทราบข่าวที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในวงการสหกรณ์ออมทรัพย์ของประเทศอีกครั้งหนึ่ง คือ ข่าวที่อดีตประธานสหกรณ์แห่งหนึ่ง ได้ฉ้อโกงเงินคนใกล้ชิดผ่านการหลอกไปลงทุนในแชร์ลอตเตอรี่

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดในการบริหารงานของสหกรณ์และไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเงินของสหกรณ์แห่งนั้น แต่ก็ได้สร้างความกังวลให้กับสมาชิกสหกรณ์บางส่วน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องออกมาชี้แจงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ไทย

ในวันนี้ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจภาพรวมของผลการดำเนินงานและความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทยกันครับ

ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำวิจัยประเมินความเสี่ยงด้านการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ มุ่งหวังที่จะสร้างตัวแบบในการประเมินความเสี่ยงสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในการนำไปปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

ภาพรวมความเสี่ยงของสหกรณ์ออมทรัพย์สามารถพิจารณาเบื้องต้นได้จากอัตราส่วนที่เรียกว่า Loan-to-Deposit Ratio โดยในกรณีของสหกรณ์ออมทรัพย์นั้น อัตราส่วนนี้จะคำนวณจากมูลค่าเงินสินเชื่อสุทธิหารด้วยมูลค่าเงินฝากและส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่จะนำเฉพาะเงินฝากมาคำนวณ เพราะหุ้นถือเป็นทุนดำเนินการหลักของสหกรณ์ออมทรัพย์

เมื่อผมนำข้อมูลของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศมาแบ่งตามประเภทขององค์กรและขนาดสินทรัพย์ จะพบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ส่วนใหญ่จะมีขนาดสินทรัพย์ที่ใหญ่ และมีอัตราส่วน Loan-to-Deposit Ratio ที่ค่อนข้างสูง (มากกว่า 1 เท่า)

อัตราส่วนที่สูงกว่า 1 เท่านี้ สะท้อนความเสี่ยงในหลายด้าน เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์เหล่านี้มีการกู้เงินจากภายนอกมาในสัดส่วนที่สูง เนื่องจากทุนภายในของสหกรณ์มีไม่เพียงพอต่อการปล่อยกู้แก่สมาชิก

แหล่งเงินทุนจากภายนอกนี้ถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เพราะเป็นแหล่งเงินทุนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย (Rate-Sensitive) ได้ตามสภาวะตลาด และตามคุณภาพสินทรัพย์ (Quality Asset Sensitive) ของสหกรณ์

ยกตัวอย่าง เช่น หากคุณภาพสินทรัพย์ของสหกรณ์แย่ลง (มีการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น) แหล่งเงินทุนภายนอกที่ปล่อยกู้แก่สหกรณ์พร้อมที่จะยุติการปล่อยกู้เมื่อครบกำหนดสัญญา หรือพร้อมที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่ได้รับ

สหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทย จึงมีอยู่หลายแห่งที่มีการสะสมความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและด้านสภาพคล่อง ถึงแม้ในปัจจุบันจะไม่เห็นความเสียหายที่ปะทุออกมา แต่ความเสี่ยงเหล่านี้เปรียบเสมือนการสะสมที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ หากการบริหารจัดการและการตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์ไม่มีประสิทธิภาพ

อีกปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนความเสี่ยงเชิงระบบ (Systematic Risk) ของสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทย คือ การที่สหกรณ์ต่างๆ มีกิจกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างกันมากยิ่งขึ้น “มูลค่าการให้เงินกู้แก่สหกรณ์อื่น”นั้นเติบโตจากประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2550-2555 เป็นถึงเกือบ 1 แสนล้านบาท ในปี 2559

หากสหกรณ์ออมทรัพย์ที่กู้เงินจากสหกรณ์อื่นในสัดส่วนที่สูง (Loan-to-Deposit Ratio สูง) และเกิดข้อผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ (จากการลงทุนหรือปล่อยกู้แก่สมาชิก) แล้วเกิดหนี้เสีย จะส่งผลกระทบต่อสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นที่เป็นเจ้าหนี้เป็นวงกว้างออกไปได้

ถึงแม้สหกรณ์ออมทรัพย์จะมีการกำหนดให้การชำระหนี้ของสมาชิกเป็นการหักโดยตรงจากเงินเดือนที่สมาชิกได้รับจากการทำงาน แต่ต้องอย่าลืมว่าผู้กู้ของสหกรณ์ คือ สมาชิกที่ทำงานอยู่ในองค์กรเดียวกัน

นั่นหมายความว่าสหกรณ์ออมทรัพย์มีความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว หากนายจ้างประสบปัญหาทางการเงินจนต้องลดเงินเดือนหรือลดพนักงานจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกทั้งหมดได้

ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผมอยากจะให้ทุกท่านได้เห็นภาพรวมความเสี่ยงของสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทยทั้งระบบในบทความหน้าผมจะวิเคราะห์กระบวนการตรวจสอบและกำกับดูแลสหกรณ์ว่าสามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อย่างไรครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI