posttoday
ว่าด้วยผู้เอาธรรมบังหน้า

ว่าด้วยผู้เอาธรรมบังหน้า

07 พฤษภาคม 2560

นานมาแล้ว หลังจากเสร็จธุระปะปังต่างๆ นานา พอมีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น จึงหยิบหนังสือเรื่อง “พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ”

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

นานมาแล้ว หลังจากเสร็จธุระปะปังต่างๆ นานา พอมีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น จึงหยิบหนังสือเรื่อง “พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ” ขึ้นมาอ่าน เป็นหนังสือที่ว่าด้วยชาดกเรื่องต่างๆ หรือเรื่องราวครั้งพระพุทธเจ้าทรงเสวยพระชาติเป็นสรรพสัตว์ครั้งยังเวียนว่ายในสังสารวัฏ

ที่เรียกว่า “พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ” เพราะมีชาดกมากกว่า ๕๐๐ เรื่อง หรือจะว่าไปแล้วเลข ๕๐๐ เป็นนัยหมายถึงตัวเลขมากๆ ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเวลาจะอ้างตัวเลขมากๆ แต่ยังพอนับได้ จะใช้สำนวนว่า ๕๐๐ อยู่บ่อยๆ

ส่วนคำว่า “พระเจ้า” ไม่ได้หมายถึง God หรือผู้เป็นใหญ่ในศาสนาเทวนิยม เพราะแต่เดิมคำว่าพระเจ้าในภาษาไทยเรา หมายถึง “พระพุทธเจ้า” ต่อมาศาสนาอื่นหยิบยืมไปใช้ จนกระทั่งความหมายถูกนิยามไว้แค่ God ในภาคเหนือและภาคอีสานยังรักษาความหมายเดิมเอาไว้ โดยเรียกพระพุทธรูปว่า พระเจ้า เช่น พระเจ้าตนหลวง พระเจ้าองค์ตื้อ เป็นต้น

ส่วนพระสงฆ์นั้นเวลาจะเรียกขาน คนโบราณนานกัลป์ท่านจะเรียกว่า “พระเป็นเจ้า” ซึ่งคำนี้ใช้เรียกเทพเจ้าในศาสนาไสย์ (ศาสนาพราหมณ์) ด้วย หากทุกวันนี้นิยามจำกัดไว้ที่ God เช่นกัน

เอาล่ะ ร่ายยาวเกินไปแล้ว มาว่ากันด้วยเรื่องที่ผมอ่านพบในพระเจ้า ๕๐๐ ชาติ

ถึงตอนหนึ่งสะท้อนใจมาก เป็นเรื่องอดีตชาติของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมุสิก ชื่อเรื่องว่า “สุนัขจิ้งจอกหลอกกินหนู”

เรื่องของเรื่องก็คือ มีหมาจิ้งจอกไปเจอฝูงหนูแล้วคิดตะกละอยากจะกิน จึงออกอุบายทำเป็นผู้มีศีลมีธรรม มีวัตรปฏิบัติน่าเลื่อมใส จนพญาหนูและบรรดาหนูเชื่อถือเคารพกราบไว้ แต่พอเผลอก็จับหนูกินไปเรื่อยๆ กระทั่งพญาหนูหัวหน้าฝูงจับได้ก็เข้าขวาง สุดท้ายกระโจนกัดคอจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จนตาย (ที่ทำเช่นนี้ได้เพราะอรรถกถาขยายความว่าพญาหนูมีขนาดโตเท่าลูกสุกรอ่อน ก็ไล่เลี่ยกับจิ้งจอกนั่นเอง)

พระไตรปิฎกฉบับไทยเราเรียกว่า “มูสิกชาดก” หรือ ชาดกเรื่องหนู แต่ท่านผู้แปลขยายความว่า “ว่าด้วยผู้เอาธรรมบังหน้า” ส่วนพระไตรปิฎกฉบับพม่าเรียกว่า “พิฬารวัตชาดก” หรือ ชาดกว่าด้วยวัตรของพิฬาร คือ แมว ซึ่งท่านผู้แปลบางแห่งขยายความเพิ่มเติมว่า “พิฬารวัตรคือวัตร หรือความประพฤติของคนที่เชื่อถือไม่ได้”

เนื้อความในพระไตรปิฎกมีแค่คาถาสั้นๆ แต่พระอรรถกถาจารย์ขยายความเป็นนิทานเท้าความต่อ คาถาในชาดกนี้ดีมากครับ สมควรท่องไว้เตือนใจมาก กล่าวคือ

... ธมฺมธชํ กตฺวา, นิคูโฬฺห ปาปมาจเร;...วิสฺสาสยิตฺวา ภูตานิ, พิฬารํ นาม ตํ วตนฺติฯ

... ผู้ใดแลทำธรรมให้เป็นธง แต่ซ่อนความประพฤติไม่ดีไว้ล่อผู้อื่นให้ตายใจ ... ความประพฤติของผู้นั้นชื่อว่า เป็นความประพฤติของแมว.

พระโพธิสัตว์หนูกล่าวคำนี้มาต่อว่าอีกฝ่ายแต่ก็คล้ายเตือนสรรพสัตว์อื่นๆ ด้วย แล้วจัดการพิฆาตจิ้งจอกมือถือสากปากถือศีลเสีย สมควรแก่เวรกรรมที่ได้ทำไว้

ที่จริงแมวไม่ได้เกี่ยวกับวิวาทครั้งนี้ แต่คาดว่าเพราะหนูไม่ถูกกับแมวนั่นเอง ก็เลยยกศัตรูขึ้นมาบริภาษจิ้งจอกว่า “ชั่วเหมือนแมว”

อ่านแล้วก็นึกถึงอะไรๆ หลายๆ อย่าง ตั้งแต่นิยายเรื่อง “ยิ้มเย้ยยุทธจักร” หรือ “เดชคัมภีร์เทวดา” ของกิมย้ง ที่ว่าด้วยความสับปลับหน้าไหว้หลังหลอกของคนดีมีศีลธรรม นั่งคิดไปคิดมา ดูสารคดีเพลินๆ ไปด้วย เกี่ยวกับการประมง (ดูไปเรื่อยไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย) เผอิญคนที่บ้านหมั่นไส้หรืออย่างไรไม่ทราบ แซวว่า อ้าวเป็นพุทธเคร่งครัดไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไหงเปิดดูรายการคนฆ่าสัตว์ได้ล่ะ?

เจอเข้าอย่างนี้รู้สึกว่าตัวเองมือถือสากปากถือศีลเข้าเหมือนกัน แต่ก็บอกไปว่า “ชาวพุทธน่ะมีหลายระดับชั้น ชาวพุทธชั้นสูงสุดเขาไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้เลย แต่ผมมันจำพวกพุทธชั้นกาก ยังตัดความชอบรสชาติมังสาไม่ขาด นี่ยอมรับโทงๆ เลย ไม่ได้ปากว่าตาขยิบ”

ตอบอย่างนี้ ไม่รู้รอดข้อหา “ผู้เอาธรรมบังหน้า” หรือเปล่า

อันที่จริง เรื่องนี้สะท้อนมาตรฐานการปฏิบัติธรรมของชาวพุทธอยู่เหมือนกัน เพราะคนส่วนใหญ่มักเหมาว่า เป็นพุทธแล้วต้องละกิเลส (ถ้าละได้หมด นี่ผมเสวยอรหัตผลไปนานแล้ว) เป็นผู้ปฏิบัติธรรมต้องสะอาดหมดจด (อันนี้ก็คงเป็นพระวิสุทธิเทพกันแล้ว) การตั้งความหวังที่เกินขอบเขตแบบนี้ ไม่ใช่หวังดี แต่หวังจะเย้ยหยันเสียมากกว่า

คนส่วนใหญ่คิดว่า ขึ้นชื่อเป็นผู้ปฏิบัติธรรมต้องละกิเลสได้มากกว่าฉันซึ่งเป็นคนไม่ปฏิบัติธรรม

แต่คิดอย่างนั้นมันไม่ถูก

ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ได้ดีกว่าคนทั่วไปหรอก หากจะดีกว่าก็แค่ริเริ่มสละความไม่ดี น้อมรับความดีมากขึ้นเท่านั้น แต่กิเลสยังฟูฟ่องเท่าเดิม

เหมือนพระท่านว่า คนสมัยนี้เรียกร้องให้พระสงฆ์เป็นพระอรหันต์กันหมด ไม่ได้ตรองดูว่าแค่ถือศีลนี่ก็แทบกระอักเลือดแล้ว แค่เป็นปุถุชนที่คอยระวังกาย วาจา ใจ นี่ก็เหนื่อยมากแล้ว

ดังนั้น คนปฏิบัติธรรมที่ยังทำไม่ได้ถึงธรรมขั้นสูงไม่ใช่คนมือถือสากปากถือศีล แต่เป็นที่กำลังเพียรพยายามแต่ยังทำไม่ได้มากกว่า ส่วนคนที่มี “พิฬารวัตร” มันต่างออกไป คือประกาศตัวเองเลยว่าดีงาม ตัวเองถือศีลถือสัตย์ แต่ทางหนึ่งก็เรียกร้องผลประโยชน์ มีเจตนาแอบแฝง

ผู้ที่ “ทำดี” แต่มีเจตนาอื่นแอบแฝง กับผู้ที่ “หวังดี” แต่มีเตนาจะจับผิด ผมว่ามันก็อีหรอบเดียวกัน

ทางตะวันออกเราเรียกคนจำพวกนี้ว่า “แมวถือธงธรรม” ส่วนในโลกตะวันตก นิโกโลมาเคียเวลลี ปราชญ์การเมืองยุคเรอเนสซองซ์เรียกคนจำพวกนี้ว่า “จิ้งจอกห่มหนังราชสีห์”

หน้าเนื้อใจเสือคือกัน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้