posttoday
เตือนแท็กซี่พัทยาล้อมคู่กรณีผิดอาญา แนะหากพบรถเถื่อนให้แจ้งจนท.

เตือนแท็กซี่พัทยาล้อมคู่กรณีผิดอาญา แนะหากพบรถเถื่อนให้แจ้งจนท.

04 พฤษภาคม 2560

ตำรวจชี้แท็กซี่พัทยาปิดล้อมคู่กรณีเข้าข่ายความผิดอาญา แนะผู้ประกอบการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ ยืนยันกวดขันจับกุมรถอูเบอร์ต่อเนื่อง

ตำรวจชี้แท็กซี่พัทยาปิดล้อมคู่กรณีเข้าข่ายความผิดอาญา แนะผู้ประกอบการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ ยืนยันกวดขันจับกุมรถอูเบอร์ต่อเนื่อง

จากกรณีที่มีกลุ่มผู้ประกอบการรถสหกรณ์แท็กซี่ในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กว่า 20 คันขับรถล้อมรถยนต์ส่วนบุคคลของหญิงสาวรายหนึ่ง เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ให้บริการแท็กซี่อูเบอร์ หลังรับชาวต่างชาติมาจากบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะหญิงคนดังกล่าว เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีนไปดูสถานที่ห้องชุดในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กระทั่งสุดท้ายมีการเจรจายอมความนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถือเป็นความเข้าใจผิดและมีการเจรจาทำความเข้าใจกันไปแล้ว อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวของกลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่ถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และหากผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีก็จะถือว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญา กรณี กักขังหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพได้ จึงอยากให้ผู้ประกอบการตั้งสติและหากพบเห็นการกระทำดังกล่าวก็ให้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย แทนที่จะลงมือกระทำเอง

สำหรับปัญหารถอูเบอร์ถือว่าเป็นการประกอบการที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานใช้รถยนต์ผิดประเภทตามที่จดทะเบียนไว้ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ราชการกำหนด ผู้ขับรถไม่มี่ใบขับขี่สาธารณะ และไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนของศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะ ซึ่งกรณีนี้ได้รับการประสานงานกรมขนส่งทางบกให้ดำเนินการกวดขันจับกุมอย่างจริงจัง ซึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเปรียบเทียบปรับสูงสุด 2,000 บาท จึงอยากให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 5 พ.ค.นี้จะมีการเรียกประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการเพื่อหารือและหาแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนต่อไป

ขณะที่ นายอรรถการ ธีระวิทย์ อายุ 58 ปี ผู้ประกอบการรถสหกรณ์แท็กซี่โลมาพัทยา กล่าวว่า ปัญหาเรื่องนี้ถือว่าส่งผลกระทบต่อการทำกินของผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มรถ อูเบอร์ ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนแต่อย่างใด ขณะที่ผู้ประกอบการรายหนึ่งต้องแบกรับค่าใช้ จ่ายถึงกว่า 900,000 แสนบาทต่อคน ทั้งการผ่อนดาวน์รถ ค่าเช่ารายวัน รายเดือน และภาษี ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนมากกว่า 600 คันซึ่งก็ต้องแข่งขันกันอยู่แล้ว แต่พอมีกลุ่มคนกลุ่มนี้ซึ่งรู้จักกันดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวมาให้บริการแข่งขันด้วยก็ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มอูเบอร์นี้จะให้บริการที่แตกต่างจากรถสหกรณ์ที่ถูกต้องคือสามารถไปรับผู้โดยสารถึงจุดนัดหมาย ไม่ต้องมีจุดจอดรับส่งเหมือนผู้ประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้อง

ที่สำคัญหลังผู้ขับขี่รถอูเบอร์ถูกจับกุม ก็สามารถนำใบเสร็จการเปรียบเทียบปรับส่งไปเคลมกับทางต้นสังกัดก็จะได้รับเงินคืน 2 เท่าจากเงินที่สูญเสียไป ทำให้กลุ่มผู้ขับขี่รถอูเบอร์ไม่ได้เกรงกลัวการดำเนินคดีตามกฎหมายมากนัก

ด้าน พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา กล่าวว่ากรณีที่เกิดขึ้นคงไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องระหว่างกลุ่มบุคคล สำหรับเมืองพัทยาแล้วที่ผ่านมาก็ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหาร ในการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง แต่จากนี้คงจะมีการเน้นด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสังคมในการเลือกใช้บริการรถโดยสารที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI