posttoday
หวั่นแนสแด็ก 6,000 จุด ฉุดความกังวลฟองสบู่

หวั่นแนสแด็ก 6,000 จุด ฉุดความกังวลฟองสบู่

28 เมษายน 2560

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต กลายเป็นดัชนีล่าสุดในสหรัฐที่ทะยานขึ้นไปปิดตลาดทุบสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยทะลุ 6,000 จุดไปเป็นที่เรียบร้อย ตามรอยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ และดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ต่างทุบสถิติใหม่กันไปหลายต่อหลายครั้งแล้วในปีนี้ทว่า การที่แนสแด็กฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างน่าจับตาในเวลาไม่ถึง 20 ปี จากช่วง “วิกฤตการณ์ฟองสบู่ดอตคอม” ที่ทำให้ฟองสบู่ดัชนีในช่วงราคา 4,000 จุดในปี 2000 แตกตัวลงมาเหลือเพียงพันกว่าจุดในปี 2002 ก็กำลังทำให้หลายฝ่ายอดวิตกกังวลไม่ได้ว่า การทุบสถิติสูงสุดในครั้งนี้จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้งหรือไม่เพราะในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันไม่นานก่อนหน้านี้ ก็เริ่มมีทิศทางที่ส่งสัญญาณของ “ฟองสบู่สตาร์ทอัพ” ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ราคาหุ้นสแนปแชตร่วงลงมาอย่างหนักหลังเปิดไอพีโอได้สูง การที่หุ้นของเทสลา มอเตอร์ พุ่งแซงหน้าจีเอ็มชนิดสวนทางกับผลกำไร และการที่สถานการณ์ลงทุนในซิลิคอนวัลเลย์เริ่มเปลี่ยนไป ไม่อู้ฟู่เหมือนแต่ก่อนอย่างไรก็ดี สำนักวิเคราะห์หลายแห่งยังมองตรงกันว่า

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต กลายเป็นดัชนีล่าสุดในสหรัฐที่ทะยานขึ้นไปปิดตลาดทุบสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยทะลุ 6,000 จุดไปเป็นที่เรียบร้อย ตามรอยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ และดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ต่างทุบสถิติใหม่กันไปหลายต่อหลายครั้งแล้วในปีนี้

ทว่า การที่แนสแด็กฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างน่าจับตาในเวลาไม่ถึง 20 ปี จากช่วง “วิกฤตการณ์ฟองสบู่ดอตคอม” ที่ทำให้ฟองสบู่ดัชนีในช่วงราคา 4,000 จุดในปี 2000 แตกตัวลงมาเหลือเพียงพันกว่าจุดในปี 2002 ก็กำลังทำให้หลายฝ่ายอดวิตกกังวลไม่ได้ว่า การทุบสถิติสูงสุดในครั้งนี้จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้งหรือไม่

เพราะในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันไม่นานก่อนหน้านี้ ก็เริ่มมีทิศทางที่ส่งสัญญาณของ “ฟองสบู่สตาร์ทอัพ” ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ราคาหุ้นสแนปแชตร่วงลงมาอย่างหนักหลังเปิดไอพีโอได้สูง การที่หุ้นของเทสลา มอเตอร์ พุ่งแซงหน้าจีเอ็มชนิดสวนทางกับผลกำไร และการที่สถานการณ์ลงทุนในซิลิคอนวัลเลย์เริ่มเปลี่ยนไป ไม่อู้ฟู่เหมือนแต่ก่อน

อย่างไรก็ดี สำนักวิเคราะห์หลายแห่งยังมองตรงกันว่า การทุบสถิติของแนสแด็กในครั้งนี้ “ไม่ใช่” หรืออาจยังไต่ไปไม่ถึงขั้นของฟองสบู่เมื่อเทียบกับยุค 2000 เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานหลายอย่างด้วยกัน

ประการแรกนั้น เป็นเพราะเมื่อดูจากการประเมินราคา/กำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) แล้วจะเห็นได้ว่า พีอีของราคาหุ้นในปัจจุบันยังต่ำกว่าและห่างไกลกันมากเมื่อเทียบกับช่วง 17 ปีก่อน โดยเมื่อปี 2000 ค่าพีอีของไมโครซอฟท์พุ่งไปอยู่ที่ 59 เท่า ซิสโก 179 เท่า อินเทล 126 เท่า และออราเคิล 87 เท่า

ขณะที่ปัจจุบันนี้ พีอีของไมโครซอฟท์อยู่ที่ 20 เท่า ซิสโก 13 เท่า อินเทล 17 เท่า และออราเคิล 16 เท่า หรือยังทิ้งห่างหลายช่วงตัวเมื่อเทียบกับยุคดอตคอม

จิม เครเมอร์ นักวิเคราะห์จากซีเอ็นบีซี ระบุว่า เมื่อเทียบกับค่าพีอีโดยเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มเอสแอนด์พี 500 ที่ซื้อขายกันสูงถึงประมาณ 21 เท่าแล้ว จะเห็นได้ว่าหุ้นของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้แพงมากจนเกินไป ตรงกันข้าม กลับนับว่าถูกกว่าราคาหุ้นโดยเฉลี่ยของเอสแอนด์พีในขณะนี้ด้วยซ้ำ

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของฟองสบู่ดอตคอมในยุคนั้นก็คือ มีการประเมินมูลค่ากันสูงเกินจริงทั้งที่บริษัทไม่ทำกำไรหรือไม่มีศักยภาพเพียงพอ ตรงกันข้ามกับภาวะปัจจุบันที่หุ้นบริษัทขนาดใหญ่หลายตัว อาทิ อเมซอน และเน็ตฟลิกซ์ ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปได้ต่อทั้งตลาดในสหรัฐและต่างประเทศ โดยเน็ตฟลิกซ์กำลังอยู่ระหว่างบุกตลาดต่างประเทศและเป็นที่สนใจของผู้จัดการกองทุนต่างๆ ขณะที่อเมซอนเพิ่งทำยอดขายไปได้อย่างถล่มทลาย และมีกระแสเงินสดในมือมหาศาล

แอนดรูว์ แม็คเคน ผู้จัดการกองทุนมอนทากา โกลบอล ระบุกับออสเตรเลียน ไฟแนนเชียล รีวิว ว่า ในยุคฟองสบู่ดอตคอมนั้น นักลงทุนมักประเมินราคาโดย “คาดหวัง” หรือวาดวิมานในอากาศว่าจะทำเงินได้เท่านั้นเท่านี้ แต่ไม่ได้อิงอยู่กับพื้นฐานความจริงของปัจจุบัน ต่างจากสถานการณ์ในขณะนี้ที่บริษัทไอทีต่างๆ มีแพลตฟอร์มธุรกิจที่ชัดเจน และทำกำไรได้จริง ไม่ใช่เพียงความหวังและความฝัน

แม้บริษัทบางรายจะมีค่าพีอีในระดับที่สูงมาก อาทิ เฟซบุ๊ก ซึ่งถูกมองว่ามีราคาที่แพงเกินไปจากพีอีที่สูงถึง 45 เท่า ทว่าบริษัทโซเชียลมีเดียรายนี้เองก็มีการดำเนินธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางยอดผู้ใช้งานทั่วโลกที่ขยายตัวไปมากกว่าพันล้านคน และฐานข้อมูลโฆษณาดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดด้วย 

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกอบกันจะเห็นได้ว่า ยังมีโอกาสที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างการลงทุนในหุ้นจะขยายตัวไปได้อีก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเทคโนโลยี การเงิน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ก็ตาม จากอานิสงส์ของนโยบายหลายด้าน อาทิ การลดภาษีนิติบุคคล การลดกฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และการปรับแก้ไขกฎหมายควบคุมภาคการเงินให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัญหาฟองสบู่ที่เริ่มเกิดขึ้นในซิลิคอนวัลเลย์ก็เป็นของจริงที่หลายฝ่ายเริ่มตื่นตัวมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้จัดการกองทุนต่างๆ เริ่มเลือกการลงทุนในสตาร์ทอัพมากขึ้น ไม่ได้หว่านแหเหมือนที่ผ่านมา และทำให้มีสตาร์ทอัพล้มหายตายจากไปจากวงการนี้ไม่น้อยเช่นกัน

ภาวะที่สดใสแต่ก็แฝงไปด้วยปัจจัยเสี่ยงเช่นนี้ ทำให้เป็นที่จับตามองว่าแม้ภาวะในตลาดแนสแด็กขณะนี้จะยังไม่ใช่ฟองสบู่ และยังสามารถขึ้นไปทำสถิติใหม่ได้อีก แต่ก็ต้องระแวดระวังจับจังหวะให้ดีในอนาคตเช่นเดียวกัน ดังที่บลูมเบิร์กระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเหมือนช่วงประมาณปี 1997 หรือช่วง 2 ปีครึ่งก่อนที่ฟองสบู่จะแตกในอนาคตอีกไม่นานนี้

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา