
สงครามโลกครั้งที่ 3
มีหลายคนถามผมว่า โลกเรามีความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่
มีหลายคนถามผมว่า โลกเรามีความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ และเราควรจะเตรียมตัวอย่างไร ผมตอบโดยไม่ต้องคิดว่า ไม่มีความเสี่ยงแต่ประการใด แม้ว่าอาจจะเกิดความตึงเครียดเป็นครั้งคราว ซึ่งสำหรับผู้ลงทุน อาจสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยการเตรียมเงินไว้รอซื้อทรัพย์สินในราคาถูกกว่าปกติ
เราต้องถามตัวเราเองว่า หากจะเกิดสงครามโลก คู่กรณีหลักจะเป็นใคร ฝ่ายแรกหาคำตอบได้ไม่ยาก ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคือ สหรัฐ เพราะภาพลักษณ์ความบ้าบิ่นของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน แต่อีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นรัสเซีย เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดีขึ้นมาก หลังจากทรัมป์เข้ารับตำแหน่งและก็ไม่น่าจะเป็นจีน เพราะถึงจะมีปัญหาระหว่างกันก็เป็นเรื่องการค้าเป็นหลัก
คู่กรณีของสหรัฐที่เป็นประเทศใหญ่ระดับรองๆ ลงไปก็ไม่มี เหลือเพียงประเทศเล็กๆ ไม่กี่ประเทศ ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนคือเรื่องสหรัฐยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กถล่มซีเรีย 59 ลูก แต่ซีเรียก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะต่อกรกับสหรัฐ ในขณะเดียวกัน สหรัฐก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับรัสเซียโดยการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
หลังจากนั้นสหรัฐก็เอาระเบิดที่ได้ชื่อว่าเป็นโคตรระเบิดไปทิ้งใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถาน ซึ่งทำให้มีทหารไอเอสตายไปหลายสิบคน แต่เรื่องนี้ยิ่งเป็นประเด็นน้อยกว่ากรณีของซีเรียเพราะรัฐบาลอัฟกานิสถานไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง ในขณะที่กลุ่มไอเอสก็มีศัตรูรอบด้าน ไม่เฉพาะสหรัฐ และตอบโต้ได้ด้วยวิธีใต้ดินเท่านั้น เนื่องจากไม่มีพละกำลังพอที่จะทำสงครามเต็มรูปแบบกับใคร
มีประเทศเล็กๆ ประเทศเดียวที่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐอย่างเปิดเผย รวมทั้งข่มขู่จะโจมตีตอบโต้สหรัฐด้วย หากถูกรุกรานก่อนนั่นก็คือเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิมจองอึน ที่กล้าและบ้าบิ่นกว่าทรัมป์เสียอีก
เกาหลีเหนือกลายเป็นตัวแปรที่ได้รับการจับตามองจากโลกภายนอกมากที่สุดในขณะนี้ อำนาจต่อรองของคิมจองอึนอยู่ที่การมีอาวุธนิวเคลียร์ที่อาจจะพร้อมใช้งานอยู่ในมือ และมีขีปนาวุธที่อาจจะช่วยให้สามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น
แต่ถึงเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นจะรู้สึกเดือดร้อน ก็เป็นความเดือดร้อนในระดับภูมิภาคเท่านั้น โอกาสที่จะกลายเป็นชนวนสงครามโลกยังมองไม่เห็น จนกว่าจะมีมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งยื่นมือออกมาปกป้องเกาหลีเหนือ ซึ่งผมไม่คิดว่าจะมี เพราะที่ผ่านมา ในทางการเมืองระหว่างประเทศ เกาหลีเหนือค่อนข้างโดดเดี่ยว หาพวกไม่ได้ แม้แต่จีนที่เคยอุ้มชูกันมาก็รู้สึกเอือมระอา ความสัมพันธ์ในระยะหลังเสื่อมทรามลงไปมาก
หลายคนอาจสงสัยว่า เกาหลีเหนือกลายมาเป็นคู่กัดของสหรัฐได้อย่างไร เพราะสมัยก่อนเกาหลีเหนือไม่ได้อยู่ในฐานะเช่นนี้ คู่กัดของเกาหลีเหนือควรจะเป็นเกาหลีใต้ และบทบาทหลักของเกาหลีเหนือคือการเป็นกันชนให้จีน ไม่ให้กองทัพสหรัฐในเกาหลีใต้คืบเข้ามาประชิดพรมแดนจีน
คิมจองอึนก้าวขึ้นสู่อำนาจในขณะที่อายุยังน้อย แต่เดิมส่วนใหญ่เชื่อว่า หากเขาไม่ถูกโค่นก็อาจกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดให้กับอาเขยหรือผู้กุมอำนาจตัวจริงคนอื่นๆ แต่เขากลับเอาตัวรอดมาได้ มิหนำซ้ำยังสามารถกุมอำนาจไว้ในมืออย่างเหนียวแน่น ในการนี้เขาต้องใช้ความเด็ดขาดจัดการกับแรงเสียดทานภายใน นอกจากอาเขยและพี่ชายต่างมารดาที่ต้องสังเวยด้วยชีวิตแล้ว กล่าวกันว่ายังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกเชือดไก่ให้ลิงดูด้วย
เพื่อความอยู่รอด ภายในประเทศ คิมจองอึนเดินหน้ากำจัดคู่แข่งทางการเมืองด้วยวิธีการที่เด็ดขาด ภายนอกประเทศ เขาดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าว การใช้อาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธเป็นข้อต่อรอง นอกจากจะทำให้เกาหลีเหนือมีบทบาทบนเวทีโลกมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เขาได้ใจเพื่อนร่วมชาติจำนวนมากด้วย
ในความอึดอัดของเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น แต่เดิมรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ใช้กลยุทธ์เอาน้ำเย็นเข้าลูบ อดทนรอให้สถานการณ์ดีขึ้นเอง หรือจนกว่าภายในเกาหลีเหนือจะมีใครลุกขึ้นมาโค่นคิมจองอึนสำเร็จ
แต่ทรัมป์มีความอดทนน้อยกว่า เขาประกาศจะจัดการกับเกาหลีเหนือให้เด็ดขาด และไม่ปฏิเสธว่า หากจำเป็นก็อาจต้องใช้กำลัง คิมจองอึนก็ใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน ทดลองยิงขีปนาวุธครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งดูเหมือนจะเลือกจังหวะเวลาเพื่อให้มีผลทางจิตวิทยาสูงสุด เช่น ระหว่างการพบปะหารือของทรัมป์กับ ชินโสะ อาเบะ หรือทรัมป์กับสีจิ้นผิง เป็นต้น
ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา สหรัฐได้กระทำการหลายอย่าง ซึ่งอาจถือเป็นการข่มขู่ หรือเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการกับเกาหลีเหนือ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
หนึ่ง ติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธทันสมัย ที่มีชื่อว่าทาด ในเกาหลีใต้ ส่วนญี่ปุ่นได้รับการติดตั้งไปก่อนแล้ว
สอง ซ้อมรบร่วมกับกองกำลังของเกาหลีใต้ ซึ่งเกาหลีเหนือถือว่าเป็นการซ้อมทำสงครามกับเกาหลีเหนือนั่นเอง และต่อมาก็ซ้อมร่วมกับญี่ปุ่นด้วย
สาม ยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กถล่มซีเรีย ซึ่งนอกจากจะเป็นการพยายามบอกชาวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสหรัฐกับชาวซาอุดิอาระเบีย ว่านโยบายต่างประเทศของสหรัฐเป็นอิสระจากรัสเซีย ยังเป็นการบอกเกาหลีเหนือเป็นนัยว่า เกาหลีเหนือเองก็อาจโดนถล่มเช่นเดียวกันด้วย
สี่ ถล่มฐานที่มั่นไอเอสในอัฟกานิสถานด้วยโคตรระเบิด สหรัฐน่าจะหวังผลพลอยได้ในการข่มขู่เกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน
ห้า เจรจาต่อรองกับจีนให้ช่วยกดดันเกาหลีเหนือ แลกเปลี่ยนกับการผ่อนปรนเงื่อนไขทางการค้า หลายคนอาจรู้สึกว่าจีนไม่น่าจะยอม แต่ส่วนตัวผมกลับคิดว่าจีนไม่มีอะไรจะเสีย เพราะนอกจากจีนจะยังไม่พร้อมที่จะทำสงครามการค้ากับสหรัฐแล้ว จีนยังไม่สนับสนุนการกระทำของคิมจองอึนเป็นทุนอยู่ด้วย
ดำน้ำ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน
คาร์ล วินสัน จากฐานที่มั่นปกติไปลอยลำอยู่ในบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งไม่ต่างไปจากการเคลื่อนพลเข้าไปประชิดเกาหลีเหนือมากนัก เพราะเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมกองเรือสนับสนุนของสหรัฐเพียบพร้อมด้วยกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชนิด







