
การค้าอัญมณี ไทย-รัสเซีย
รัสเซียเป็น 1 ใน 5 ของกลุ่มประเทศ BRICS ที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับ BRICS เพียง 2 ประเทศ คือ จีนและอินเดีย จึงน่าสนใจที่จะทำ FTA กับรัสเซีย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการค้าและการลงทุนร่วมกัน โดยอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งไทยและรัสเซีย ที่สามารถเป็นกรณีศึกษาในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันรวมกัน คือ อุตสาหกรรมอัญมณีอุตสาหกรรมอัญมณีของไทยและรัสเซีย ควรต้องเริ่มจากการสำรวจขอสัมปทานและทำเหมือง เพื่อขุดหาเพชร พลอย หินสีดิบ และแร่โลหะมีค่าต่างๆ แล้วนำมาแปรรูปเป็นสินค้าขั้นกลางน้ำ ทั้งนี้กรณีเป็นเพชรพลอยจะเริ่มต้นจากการคัดเลือก ตรวจสอบ คำนวณและตัดแบ่ง เพื่อนำไปเจียระไนต่อไป ส่วนโลหะมีราคาสูงนั้นจะต้องนำไปผ่านการถลุงหรือหลอมเพื่อให้ได้โลหะบริสุทธิ์ จากนั้นทั้งโลหะมีค่าและเพชรพลอยจะถูกนำมาจัดทำเป็นเครื่องประดับ และส่งขายต่อยังผู้บริโภคในขั้นปลายน้ำสำหรับไทยนั้นความชำนาญและศักยภาพของไทยอยู่กลางน้ำและปลายน้ำเป็นหลัก โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการเจียระไนเพชรพลอย โดยเฉพาะพลอยนั้นไทยมีความชำนาญทั้งการเจียระไนให้สวยงามตามแบบปกติ และการหุงพลอยเพื่
รัสเซียเป็น 1 ใน 5 ของกลุ่มประเทศ BRICS ที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับ BRICS เพียง 2 ประเทศ คือ จีนและอินเดีย จึงน่าสนใจที่จะทำ FTA กับรัสเซีย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการค้าและการลงทุนร่วมกัน โดยอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งไทยและรัสเซีย ที่สามารถเป็นกรณีศึกษาในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันรวมกัน คือ อุตสาหกรรมอัญมณี
อุตสาหกรรมอัญมณีของไทยและรัสเซีย ควรต้องเริ่มจากการสำรวจขอสัมปทานและทำเหมือง เพื่อขุดหาเพชร พลอย หินสีดิบ และแร่โลหะมีค่าต่างๆ แล้วนำมาแปรรูปเป็นสินค้าขั้นกลางน้ำ ทั้งนี้กรณีเป็นเพชรพลอยจะเริ่มต้นจากการคัดเลือก ตรวจสอบ คำนวณและตัดแบ่ง เพื่อนำไปเจียระไนต่อไป ส่วนโลหะมีราคาสูงนั้นจะต้องนำไปผ่านการถลุงหรือหลอมเพื่อให้ได้โลหะบริสุทธิ์ จากนั้นทั้งโลหะมีค่าและเพชรพลอยจะถูกนำมาจัดทำเป็นเครื่องประดับ และส่งขายต่อยังผู้บริโภคในขั้นปลายน้ำ
สำหรับไทยนั้นความชำนาญและศักยภาพของไทยอยู่กลางน้ำและปลายน้ำเป็นหลัก โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการเจียระไนเพชรพลอย โดยเฉพาะพลอยนั้นไทยมีความชำนาญทั้งการเจียระไนให้สวยงามตามแบบปกติ และการหุงพลอยเพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนั้นแรงงานของไทยยังมีทักษะสูงในเรื่องของงานละเอียด จึงเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการทำเครื่องประดับด้วย
ส่วนรัสเซียมีศักยภาพเฉพาะต้นน้ำ คือ มีแหล่งแร่ทั้งเพชรและโลหะมีค่าในตระกูลทองคำขาว แต่ไม่มีศักยภาพขั้นปลายน้ำ ทั้งที่มีบริษัทออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างฟาแบร์เช (Faberge) และมีบริษัทเหมืองเพชร และรับซื้อเพชรดิบใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเดอเบียร์ (De Beer) คือ บริษัท อัลโรซา (Alrosa) อยู่ด้วย
หากไทยและรัสเซียมี FTA ระหว่างกันแล้ว สิ่งที่น่าจะดำเนินการได้คือการนำวัตถุดิบตั้งต้นของรัสเซียมาผลิตขั้นกลางน้ำและปลายน้ำโดยคนไทย ซึ่งอาจออกแบบโดยคนรัสเซียที่เข้าใจตลาดตะวันตกได้ดีกว่า หรือออกแบบโดยคนไทยเองก็ได้ และไทยควรร่วมทุนกับพันธมิตรในรัสเซียเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุดิบดังกล่าว
ยิ่งไปกว่านั้นหากพิจารณาอินโดนีเซียร่วมด้วยจะพบความน่าสนใจ คือ ในระดับต้นน้ำที่รัสเซียมีศักยภาพสูงในเพชรและทองคำขาวและไทยมีศักยภาพในพลอยและรัตนชาติ อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีเกาะเป็นจำนวนมากมีศักยภาพในการผลิตไข่มุก
หากไทย อินโดนีเซีย และรัสเซียร่วมมือกัน จะสามารถครองวัตถุดิบส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมอัญมณีได้ไม่ยาก







