
เปิดใจคนถ่ายสัตว์
ไม่กี่วันก่อน เพจของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร แพร่บทสัมภาษณ์ช่างภาพสัตว์ป่านาม“ปริญญา ผดุงถิ่น” แบ่งเป็นภาค 1 กับภาค 2
โดย...ปริญญา ผดุงถิ่น
ไม่กี่วันก่อน เพจของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร แพร่บทสัมภาษณ์ช่างภาพสัตว์ป่านาม“ปริญญา ผดุงถิ่น” แบ่งเป็นภาค 1 กับภาค 2 ผมอ่านๆ แล้ว เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย เลยขอตัดตอนบางส่วนมา ณ ที่นี้
อ่านหนังตัวอย่างจากตรงนี้ แล้วอยากอ่านเต็มๆ ก็ไปไล่ดูในเพจมูลนิธิสืบนาคะเสถียรกันเทอญ
“ผมมองว่าคนไทยอาจขาดข่าวดีในเรื่องของสัตว์ป่า ส่วนมากมีแต่ข่าวร้าย เช่น ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวใหญ่เรื่องพบเสือโคร่งบุญเหลือ (รหัส HKT178) หลังถูกยิงที่ อ.เถิน จ.ลำปาง และตายขณะพาไปรักษา หรือวัวแดงขาแข้งถูกยิง นี่ถือเป็นข่าวใหญ่เหมือนกันแต่เป็นข่าวในเชิงลบ จึงแพ้ข่าวเชิงบวกอย่างข่าวการถ่ายภาพเสือกระต่าย ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
ผมคิดว่าหากจะมีข่าวที่สามารถฮือฮาในระดับไล่เลี่ยกันได้อีกครั้งในเมืองไทย น่าจะเป็นการถ่ายภาพสัตว์อย่างกูปรี แต่เป็นไปได้ยากมากที่จะมีการตกสำรวจ นอกจากนี้ผมยังนึกไม่ออกว่าภาพถ่ายสัตว์อะไรที่จะเป็นข่าวครึกโครมได้เท่านี้
ให้พูดตรงๆ การดิ้นรนไปถ่ายภาพสัตว์ป่า มันถือเป็นการสนองตัณหา Passion ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแหละ ทั้งดิ้นรนซื้ออุปกรณ์แพงๆ ไปเหนื่อยลำบาก เวลาเราไปถ่าย ยิ่งเจอสัตว์หายากมันยิ่งสนุกกว่าสัตว์หาง่าย ผมเชื่อว่าช่างภาพเป็นกันทุกคน ขึ้นอยู่กับคุณจะยอมรับหรือไม่
แต่นอกจากการสนองตัณหา ความมันส์ส่วนตัวในการถ่ายภาพสัตว์ป่าแล้ว ผมเชื่อว่าจุดหมายปลายทางเดียวกัน ก็คือ การสร้างความประทับใจต่อสัตว์หรือสมบัติทางธรรมชาติของไทย ให้เกิดความรู้สึกรัก หวงแหน หากก่อเกิดความรู้สึกเหล่านี้ได้ ภาพแต่ละภาพก็จะเป็นสิ่งที่มากกว่าภาพถ่าย เพราะมันสื่อสารไปพร้อมการอนุรักษ์
ผมเคยถูกด่าว่าเป็นคนชี้เป้า (เสือกระต่าย) แต่ผมก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำแบบนั้น อันที่จริงประเด็นเรื่องสถานที่ ผมรู้เพียงว่ามันเป็นป่าอมก๋อย แต่ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหน มีแต่เจ้าหน้าที่ที่รู้ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ก็ต้องมีหน้าที่ดูแลรักษากันไป
ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขาทราบถึงความเสี่ยง แต่ตัดสินใจแถลงข่าวดีออกไป เพื่อให้ทราบว่าเมืองไทยยังสามารถรักษาพื้นที่และยังมีสัตว์หายากอาศัยอยู่
ยอมรับเลยว่าตอนนี้ผมชอบเทคนิคนี้ (กล้องดักถ่ายแบบติดดวงดาว) มากที่สุด ไม่ว่าจะติดดาว พระจันทร์ หรืออวกาศทั้งหลายที่เป็นสิ่งแวดล้อมในเวลากลางคืน มันน่าประทับใจกว่าการถ่ายสัตว์ป่าเวลากลางคืนที่เห็นเพียงฉากหลังสีดำ
ผมได้แรงบันดาลภาพถ่ายของช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกจากต่างประเทศ George Steinmetz ที่ถ่ายภาพเสือพูม่า หรือสิงโตภูเขาที่ทะเลทรายแห่งหนึ่ง ประมาณปี 2548 เขาทดลองดักถ่ายตัวเองติดทางช้างเผือกด้วยซ้ำส่วนตัวคิดว่าผมเป็นคนบุกเบิกในเมืองไทย เพราะยังไม่เคยเห็นใครเคยถ่ายแบบนี้”







