
สุริยะใสเตือนกรธ.-สนช.ยึดม.77ตรากฎหมายต้องฟังความเห็นประชาชน
สุริยะใส เตือน กรธ. - สนช. ถือปฏิบัติตามมาตรา77 รับฟังความเห็นประชาชนอย่างเคร่งครัด ชี้เป็นทั้งหลักปฏิบัติและหลักการใหม่ในการตรากฎหมาย
สุริยะใส เตือน กรธ. - สนช. ถือปฏิบัติตามมาตรา77 รับฟังความเห็นประชาชนอย่างเคร่งครัด ชี้เป็นทั้งหลักปฏิบัติและหลักการใหม่ในการตรากฎหมาย
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้อย่างเป็นทางการกระบวนการนิติบัญญัติต้องปฏิรูปไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง ระบุไว้ชัดเจนว่าการตรากฎหมายใดๆต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ต้องวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ และต้องเปิดเผยผลการรับฟังต่อประชาชนนอกจากนี้
นอกจากนี้มาตรา 77 ยังกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเป็นระยะรวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายเก่าที่ใช้มานานให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วย
ในวรรคสองของมาตรา 77 เท่ากับว่ากระบวนการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติต้องถือปฏิบัติตามกรอบนี้ ซึ่งเป็นกรอบปฏิบัติที่เขียนไว้ชัดเจนและไม่เคยมีบทบัญญติในลักษณะนี้มาก่อน และเข้าใจว่ากรธ.เขียนบทบัญญัตินี้มาเพื่อป้องกันการบิดเบือนเจตนารมย์ของการปฏิรูป ซึ่งที่ผ่านมามีกระบวนการบิดเบือนเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญในขั้นตอนการตรากฎหมายลูกและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จนทำให้กระบวนการปฏิรูปล้มเหลวซ้ำซากมาแล้ว
นายสุริยะใส กล่าวว่า ทั้ง กรธ.และ สนช. ที่มีหน้าที่โดยตรงในกระบวนการตรากฎหมายจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญจะรับฟังความคิดเห็นแบบพิธีกรรมเหมือนที่ผ่านๆมาแบบขอไปทีหรือปฏิเสธเสียมิได้ ก็จะทำแบบนั้นไม่ได้เช่นกันเพราะมาตรา 77 บังคับให้วิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ หมายความว่าต้องศึกษาทั้งผลดีผลเสียและเปิดเผยต่อประชาชน ฉะนั้นกระบวนการรับฟังต้องเข้มข้นเป็นรูปธรรมกว่าเดิม
หากฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับฟังความคิดเห็นแบบลวกๆหรือสุกเอาเผากินแบบที่ผ่านๆมาอาจทำให้มีการร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนกฎหมายเป็นโมฆะได้เช่นกัน







