posttoday
4วันสงกรานต์ยอดเสียชีวิตอุบัติเหตุ226ราย

4วันสงกรานต์ยอดเสียชีวิตอุบัติเหตุ226ราย

15 เมษายน 2560

ศปถ. กำชับจังหวัดปรับแผน - เข้มข้นดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและเล่นน้ำสงกรานต์ สถิติ 4 วันอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว 226 ราย

ศปถ. กำชับจังหวัดปรับแผน - เข้มข้นดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและเล่นน้ำสงกรานต์ สถิติ 4 วันอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว 226 ราย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2560 ประจำวันที่ 15 เม.ย.ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนของวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ฯ เกิดอุบัติเหตุ 642 ครั้ง แยกเป็น มีสาเหตุจากเมาแล้วขับ 315 ครั้ง ขับรถเร็ว 189 ครั้ง ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 554 คัน รถปิกอัพ 43  คัน รถส่วนบุคคล 592 คัน รถโดยสารสาธารณะ 34 คัน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และสภาพรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย ผู้เสียชีวิต 57 ราย แยกเป็น เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 34 ราย ระหว่างนำส่งโรงพยาบาล 3 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 20 ราย มีสาเหตุจากเมาแล้วขับสูงสุด 24 ราย รองลงมาเกิดจากทัศนวิสัยไม่ดี 17 ราย และสาเหตุอื่นๆ 16 ราย

ประเภทรถที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 40 ราย (ไม่สวมหมวกนิรภัย 24 ราย) รองลงมาได้แก่ รถปิกอัพ 6 ราย สถานะของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ 39 ราย ผู้โดยสาร 8 ราย คนเดินถนน 4 ราย และไม่สามารถระบุได้ 6 ราย  ผู้บาดเจ็บ 664 คน

จากการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุ พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 44.08 ขับรถเร็ว ร้อยละ 27.41 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.45 รถปิกอัพ ร้อยละ 6.55 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 62.77 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 41.12 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.09 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.84 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 19.14 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,041 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,177 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 847,333 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 149,345 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 41,755 ราย ไม่มีใบขับขี่ 39,197 ราย จัดตั้งด่านชุมชน 19,893 ด่าน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 165,677 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น และเพชรบูรณ์ (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี (32 คน)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 4 วัน ( 11 - 14 เม.ย.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,385 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 226 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,457 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 12 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 4 วัน ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 114 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 13 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 119 คน

นายอาคม กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันที่ผ่านมา พบว่า มีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ขาดวินัยจราจร จึงขอความร่วมมือให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรขณะขับ ห้ามขับขณะง่วง และต้องสวมหมวกนิภัย ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่และโดยสารรถ สำหรับในวันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับ

ขณะที่บางส่วนยังคงท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ในพื้นที่ ศปถ.จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเรียกตรวจและบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย อีกทั้งประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยติดตั้งป้ายเตือน ป้ายสัญญาณ และไฟส่องสว่างให้เห็นอย่างชัดเจน ตลอดจนกำกับสถานประกอบการที่มีธุรกิจบริการเช่ารถ ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขอเช่ารถ ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ที่สำคัญ ให้จังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักที่มุ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานครและเส้นทางที่เชื่อมต่อกับจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ เพื่ออำนวยการจราจรให้มีความคล่องตัวและดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกประจำตามจุดบริการและจุดพักรถให้เพียงพอตลอดเส้นทาง  ตลอดจนเตรียมพร้อมการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับการเดินทางกลับของประชาชน นอกจากนี้ ให้จังหวัดดูแลพื้นที่จุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนมาก ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ติดตั้งไฟส่องสว่างและปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตราย เพื่อลดความสูญเสียและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืนตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้วาระ “ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)”

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา