posttoday

กรมที่ดินยุคไทยแลนด์ 4.0 ยกระดับบริการ-ลดปัญหาพิพาท

12 เมษายน 2560

การก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ถือเป็นนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจ

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

การก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ถือเป็นนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมสู่ภาคบริการมากขึ้น สำหรับกรมที่ดินได้มีการกำหนดแผนงานให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว สิ่งที่สะท้อนกลับมาโดยตรงให้กับประชาชนคือการได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว

ประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 กรมได้มีการพัฒนาการให้บริการ โดยในส่วนของสำนักงานที่ดินซึ่งเป็นการให้บริการข้อมูลด้านที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาตำแหน่งแปลงที่ดินด้วยระบบภูมิสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต เป็นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ดินดิจิทัลที่กรมมีอยู่ และเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ดินได้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับประชาชนจึงเพิ่มช่องทางดังนี้

ช่องทางที่ 1 ทางเว็บแอพพลิเคชั่น โดยเข้าเว็บไซต์กูเกิล พิมพ์ “dolwms.dol.go.th” หรือ “รูปแปลงที่ดิน” หรือเว็บไซต์ http://dolwms.do.go.th 2.ทางโมบายแอพพลิเคชั่น โดยการติดตั้งแอพพลิเคชั่นชื่อ “LandsMaps” และ 3.จุดบริการประชาชนในสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ ซึ่งสามารถค้นหาข้อมูลที่ดินได้ทั่วประเทศ มีข้อมูลเกี่ยวกับรูปแปลงที่ดิน ตำแหน่ง เนื้อที่ สภาพพื้นที่ที่เห็นได้จากภาพดาวเทียมและราคาประเมินที่ดิน ข้อมูลการเดินทางไปสำนักงานที่ดิน เบอร์โทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม ภาษีอากร ค่าใช้จ่ายในการรังวัด และคิวรังวัด

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถขอรับบริการที่สำนักงานที่ดินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการตรวจสอบหลักทรัพย์ ตรวจสอบราคาประเมินทุนทรัพย์ และขอสำเนาเอกสารสิทธิ ทั้งนี้ผู้ขอรับบริการต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ เป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายหรือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งประชาชนสามารถยื่นคำขอบริการได้ด้วยตนเอง โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2560 เป็นการช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง

นอกจากนี้ กรมที่ดินยังมีการยกระดับการรังวัดด้วยแผนที่ชั้นหนึ่ง โดยระบบโครงข่ายการรังวัด ด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK Network) โดยการติดตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมถาวร (CORS) ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน 121 สถานี ภายในปีงบประมาณ 2561 และมีการบูรณาการร่วมกับอีก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมแผนที่ทหาร 80 สถานี กรมโยธาธิการและผังเมือง 15 สถานี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร 6 สถานี รวม 222 สถานี

ทั้งนี้ การรังวัดด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ทั่วประเทศนั้น เดิมจัดทำใน 3 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และได้มีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมตามปีงบประมาณดังนี้ ปีงบประมาณ 2560 ดำเนินการใน 15 จังหวัด ได้แก่ นครนายก พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครราชสีมา ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุบลราชธานี จันทบุรี สงขลา นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ในปีงบประมาณ 2561 ดำเนินการ 29 จังหวัด และในปีงบประมาณ 2562 ดำเนินการ 30 จังหวัด

สำหรับการรังวัดสอบเขตรูปแปลงที่ดินทั่วประเทศด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์นั้น เพื่อยกระดับแผนที่รูปแปลงโฉนดที่ดินให้มีค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานสากล จะทำให้รูปแปลงที่ดินของประชาชนมีค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถตรวจสอบตำแหน่งได้ ทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในการถือครองที่ดินของตนเอง และลดข้อพิพาท รวมถึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของรัฐและประชาชนในการรังวัดที่ดินอีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการลดข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินเนื่องจากรูปแปลงที่ดิน มีค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องสูง ลดระยะเวลาการรังวัดที่ดินของประชาชน เนื่องจากคิวรังวัดลดลง ลดค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดิน ลดภาระของเจ้าของที่ดินข้างเคียงในการเดินทางมาระวังชี้แนวเขต เพิ่มความเชื่อมั่นในเอกสารสิทธิ และประชาชนมีความมั่นคงในการถือครองที่ดิน ก่อให้เกิดการบูรณาการในด้านต่างๆ เช่น การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ การจัดโซนนิ่ง การเกษตรอัจฉริยะ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องที่ดินที่ผ่านมามีหลายปัจจัย และบางเรื่องมิได้อยู่ในภารกิจหน้าที่ของกรมที่ดินเพียงหน่วยงานเดียว เช่น ที่ดินที่มีเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 หรือที่ดินที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุ เหล่านี้เป็นต้น หรือหากเป็นกรณีพิพาทระหว่างเอกชนด้วยกัน ก็เป็นหน้าที่ของท่านผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ต้องใช้สิทธิของท่านดูแลซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป

กรมที่ดินมีภาระหน้าที่คือ การออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน การจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม การรังวัดที่ดินประเภทต่างๆ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาก็ควรดูว่าปัญหาที่เกิดนั้นเป็นปัญหาของที่ดินประเภทใด หรือรายละเอียดเป็นอย่างไร เพื่อจะได้แก้ไขได้ถูกจุด ซึ่งกรมไม่สามารถจะเข้าไปแก้ไขได้ทุกเรื่อง

การที่หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมที่ดินได้พัฒนาการให้บริการที่ทันสมัยเพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้ใช้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวสอดรับกับการก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องรอดูว่ากรมที่ดิน 4.0 จะถูกใจประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

"จีไอเอส" ดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชู 6 กลไกขับเศรษฐกิจไทยแข่งโลก