
รธน.ใหม่ฟื้นเชื่อมั่น
นักธุรกิจมั่นใจรัฐธรรมนูญใหม่ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ดึงนักลงทุนทั้งในและต่างชาติมากขึ้น
นักธุรกิจมั่นใจรัฐธรรมนูญใหม่ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ดึงนักลงทุนทั้งในและต่างชาติมากขึ้น
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 6 เม.ย.นี้จะมีความชัดเจนเรื่องโรดแมปของรัฐบาลว่าจะมีการเลือกตั้ง และได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทย และจะยิ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งภายในและจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้ได้สนับสนุนการพัฒนาหลายด้าน เช่น ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศดีขึ้น ฉะนั้นเมื่อมีความชัดเจนเรื่องการเดินตามโรดแมปก็จะยิ่งช่วยเสริมให้ภาพรวมเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศไทยดีขึ้น
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า หลังวันที่ 6 เม.ย.นี้ นักลงทุนต่างชาติจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เนื่องจากมีความเชื่อมั่น จากเดิมที่อาจชะลอหรืออยู่ระหว่างการตัดสินใจ
“การมีรัฐธรรมนูญจะปิดจุดเสี่ยงทางการเมือง แม้จะมีบทเฉพาะกาลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังอยู่ต่อก็ไม่ใช่ประเด็นแล้ว และหากมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลชุดใหม่ก็สามารถเดินหน้าไปเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ อย่างเป็นทางการได้” นายนพพร ระบุ
สำหรับการส่งออกปี 2560 สรท.ยังมองกรอบเดิมว่าขยายตัว 2-3% เพราะยังต้องประเมินผลการเจรจาการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งหากสหรัฐใช้มาตรการทางการค้ากับจีน ก็อาจส่งผลกระทบทางอ้อมกับไทยที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าวัตถุดิบไปยังตลาดจีน
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องรัฐธรรมนูญจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เนื่องจากขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาลจะชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล ระบุว่า ความชัดเจนว่าการเลือกตั้งกำลังเกิดขึ้น จะส่งผลให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ ภาคเอกชน นักลงทุนจากต่างชาติ และประชาชนจะมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกและมีโอกาสผลักดันให้จีดีพีขยายตัวได้มากกว่า 3.5-3.6%







