
ฟัน4บิ๊กตร.คดีซื้อรถสายตรวจ
ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดบิ๊กตำรวจ ทุจริตจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์สายตรวจรุ่นไทเกอร์ร่วม 2 หมื่นคันสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ลงนามในหนังสือเพื่อส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 นาย หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ชี้มูลความผิดของ พล.ต.ท.ประชิน วารี รองจเรตำรวจกับพวกรวม 13 นาย ว่าร่วมกันทุจริตจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นไทเกอร์ จำนวน 19,147 คัน ตามฐานความผิดทุจริตต่อหน้าที่และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการกระทำของ พล.ต.ท.ประชิน พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ และ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รวมถึง พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาหรือ สตช.ลงโทษภายใน 30 วัน ส่วนความผิดทางอาญาให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการแก่บุคคลดังกล่าวพล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลเรื่องด
ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดบิ๊กตำรวจ ทุจริตจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์สายตรวจรุ่นไทเกอร์ร่วม 2 หมื่นคัน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ลงนามในหนังสือเพื่อส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 นาย หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ชี้มูลความผิดของ พล.ต.ท.ประชิน วารี รองจเรตำรวจกับพวกรวม 13 นาย ว่าร่วมกันทุจริตจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นไทเกอร์ จำนวน 19,147 คัน ตามฐานความผิดทุจริตต่อหน้าที่และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการกระทำของ พล.ต.ท.ประชิน พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ และ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รวมถึง พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาหรือ สตช.ลงโทษภายใน 30 วัน ส่วนความผิดทางอาญาให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการแก่บุคคลดังกล่าว
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยผู้กระทำความผิดทั้งหมดอยู่ในคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการประกวดราคา ปัจจุบันเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่สามารถดำเนินการทางวินัยได้
นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งทั้งที่ได้ชี้มูลความผิดไปแล้วเมื่อปี 2557 เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหา 2-3 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เข้ามา ดังนั้นจึงไปพิจารณาอีกครั้งในประเด็นความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่เมื่อไต่สวนแล้วนำกลับมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้ง ก็ยังมีมติยืนคำชี้มูลความผิดตามมติเดิม
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว







