posttoday
การปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน

การปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน

15 มีนาคม 2560

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่กำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (2540) มีการกล่าวถึง “การเมืองภาคประชาชน” กันอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยก็เป็นตัวชี้วัดแห่งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างเป็นระบบให้เป็นรูปธรรม และเมื่อกล่าวถึง “องค์กร เครือข่าย ภาคประชาสังคม” ยิ่งทำให้การเมืองภาคพลเมือง หรือการเมืองภาคประชาชน มีความเข้มข้น ปรากฏการณ์ “คนนอกสภาฯ” หรือ “การเมืองข้างถนน” มีวิวัฒนาการที่นำไปสู่แนวคิด “การเมืองใหม่” นำไปสู่ “การปฏิรูปการเมือง” ในที่สุดคงไม่มีใครปฏิเสธว่า “การเมืองภาคประชาชน” เป็นการแสดงถึง “อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน” หากถอดบทเรียนแล้วพินิจการเมือง พบว่า 1.“การเมืองภาคประชาชน” มีความเป็นรูปธรรมโดยเนื้อหาของรัฐธรรมนูญบ่งชี้ความสำคัญที่มีต่อระบบการเมืองในหลักการ “ลดอำนาจนักการเมือง เพิ่มอำนาจประชาชน” โดยเฉพาะแนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมขนานใหญ่ ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การดำเนินงานของกลุ่มพันธมิตร

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

ในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่กำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (2540) มีการกล่าวถึง “การเมืองภาคประชาชน” กันอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยก็เป็นตัวชี้วัดแห่งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างเป็นระบบให้เป็นรูปธรรม และเมื่อกล่าวถึง “องค์กร เครือข่าย ภาคประชาสังคม” ยิ่งทำให้การเมืองภาคพลเมือง หรือการเมืองภาคประชาชน มีความเข้มข้น ปรากฏการณ์ “คนนอกสภาฯ” หรือ “การเมืองข้างถนน” มีวิวัฒนาการที่นำไปสู่แนวคิด “การเมืองใหม่” นำไปสู่ “การปฏิรูปการเมือง” ในที่สุดคงไม่มีใครปฏิเสธว่า “การเมืองภาคประชาชน” เป็นการแสดงถึง “อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน” หากถอดบทเรียนแล้วพินิจการเมือง พบว่า

1.“การเมืองภาคประชาชน” มีความเป็นรูปธรรมโดยเนื้อหาของรัฐธรรมนูญบ่งชี้ความสำคัญที่มีต่อระบบการเมืองในหลักการ “ลดอำนาจนักการเมือง เพิ่มอำนาจประชาชน” โดยเฉพาะแนวทางการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมขนานใหญ่ ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การดำเนินงานของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มคนเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพียงกลุ่มกดดันหรือกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ดังนั้นในบริบทที่นักการเมืองในสภากับกลุ่มกดดันนอกสภามีความเกี่ยวเนื่องโดยตรง ไม่รู้ใครเป็นเครื่องมือของใครกันแน่ นักการเมืองจึงต้องปรับตัวเข้าถึง และเข้าใจการเมืองภาคประชาชนมากขึ้น มีพื้นที่ทางการเมืองในการสนับสนุนหรือคัดค้านมากขึ้น นอกเหนือการทำหน้าที่ในสภา ทำให้การเป็น “ผู้แทนปวงชนชาวไทยมีนัยสำคัญจำกัดอยู่แค่ในรัฐสภา” แต่ต้องออกมามีบทบาทในเวทีม็อบ มาเอาใจประชาชน มาเป็นแกนนำ และร่วมขบวนการการเมืองนอกสภานั่นเอง

2.“การเมืองภาคประชาชน” ยิ่งแรงก็ทำให้สถาบันทางการเมืองที่เรียกว่า “พรรคการเมือง” ดูหวั่นไหว พึ่งพิงอะไรไม่ได้ พรรคการเมืองมิได้เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลกับประชาชนอย่างกระนั้นหรือ? เพราะเหตุใดพรรคการเมืองจึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง หรือกลุ่มกดดัน ส่งผลให้เกิดการปฏิรูปพรรคการเมืองที่มีวิธีคิดแบบผูกขาดจากนายทุนไม่ได้ในฐานะองค์กร ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงในการประสานประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย ในทางกลับกันกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองบางกลุ่มกำลังพัฒนาไปสู่การสร้างสถาบันพรรคการเมือง เพราะพิสูจน์ว่ามีแนวร่วมที่มีอุดมการณ์อยู่จริง พร้อมที่จะยกระดับเป็นพรรคการเมือง

3.“การเมืองภาคประชาชน” นัยสำคัญคือการให้โอกาสประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ใช้อำนาจนั้นโดยตรง เป็นการแสดงออกตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคลไปถึงกลุ่มองค์กรเครือข่ายที่รวมตัวกันบนพื้นฐานของการต่อสู้โดยสันติวิธี คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และมีหัวใจของการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างไรก็ตามพบว่าในห้วงเวลา 20 ปี
ที่ผ่านมา “การเมืองภาคประชาชน” ถูกตั้งข้อสังเกตไว้อย่างมากมาย อาทิ เป็นพวกรับจ้างหรือเปล่า? คำนึงถึงพลังเงียบบ้างไหม? มีความต้องการทางการเมืองอะไรกันแน่ รับใช้นักการเมืองหรือไม่ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นคำถามที่ทำให้เกิดการทบทวน กระตุ้นกระบวนการทางการเมืองของภาคประชาชนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ และเกิดแนวคิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่ไร้ความรุนแรง และการเมืองที่ปรองดอง สมานฉันท์ ที่สำคัญ คือ นำมาสู่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

4.“การเมืองภาคประชาชน” กับเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล จุดสำคัญอยู่ที่ ดุลยภาพที่พอเพียง กล่าวคือ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ หรือโดยพื้นฐานของรัฏฐาธิปัตย์ที่ให้อำนาจหรือโอกาสของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐหรือการเรียกร้องผลประโยชน์ต่างๆ ดังกล่าวเป็นอย่างไร หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถตรวจสอบการทำงานได้อย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน 
ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง  และหากสามารถชี้แจงให้เหตุผลได้ดีก็ต้องบอกว่ามีประสิทธิภาพ มีความชอบธรรมที่จะใช้อำนาจรัฐต่อไป  ในทางกลับกัน รัฐบาลจะไร้เสถียรภาพถ้าไม่สามารถสร้างความพึงพอใจ หรือทำให้ประชาชนรู้สึกดีๆ กับเรื่องที่ถูกตรวจสอบ ก็มีโอกาสต้องหารัฐบาลใหม่ จะเห็นได้ว่า “การเมืองภาคประชาชน” มีพลานุภาพในการกำหนดความเป็นความตายของรัฐบาลได้ และเป็นตัวแปรสำคัญของกระบวนการปรองดองทั้งปวง นั่นหมายความว่ารัฐบาลทำดีให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม ย่อมกลายเป็นแนวร่วมที่จะทำให้เกิดความร่วมมือในการปรองดอง

5. “การเมืองภาคประชาชน” บ้างก็ว่า กำลังทำร้ายประเทศไทย ไม่ว่าสีไหนถูกเหมาเข่งหมด ก็คงต้องพิถีพิถันในการรับรู้กันหน่อย อย่างน้อยก็คือ ดัชนีชี้วัดในเชิงปริมาณว่ามีตัวเลขคนไทยจำนวนหนึ่งที่ตื่นตัวทางการเมือง สนใจที่จะเข้าไปมีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ทางการเมือง จะถูก จะผิด คงต้องมองกันให้รอบด้าน อย่างน้อยเป็นการสะท้อนกลับ ท้าทาย “การแสวงหาความจริง” ที่สังคมต้องร่วมกันเรียนรู้ และรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

6. “การเมืองภาคประชาชน” ต้องไม่ทำให้ชาติพัง รวมถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันต้องดำรงอยู่ต่อไป ความงดงามของการเมืองภาคประชาชน คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีระเบียบวินัยที่จะไม่ก้าวล่วงไปสู่การทำลายชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการเสริมสร้าง ถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายการเมืองมิให้ลุแก่อำนาจ รวมถึงเป็นวัฒนธรรมของนักประชาธิปไตย ที่มีจิตวิญญาณมากกว่าการเลือกตั้งเสร็จแล้วไม่รู้จะทำอะไรอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตามก็ต้องอธิบายให้ชัดว่า “การเมืองภาคประชาชน” ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม เป็นหลักการในการดำเนินงานที่ร่วมสร้างจิตสำนึก “ความ
รับผิดชอบของบ้านเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง” หรือเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองที่แท้จริง

7.โดยสรุป “การเมืองภาคประชาชน” ย่อมเป็นส่วนสำคัญของการปรองดอง-สมานฉันท์ และการปฏิรูปการเมืองอย่างหลีกหนีไม่พ้น ต้องทำงานกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้มีอำนาจรัฐกับ “นักการเมือง” ก็ต้องให้เกียรติกันและกัน จะปฏิรูปการเมืองสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันกับในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้น การเมืองภาคประชาชน คือ มิติหนึ่งของการแสดงออกของประชาชนตามอุดมการณ์ทางการเมืองที่เขาเชื่อ จะอดทนกันได้แค่ไหนในสังคมประชาธิปไตยแบบพหุนิยม ที่การเมืองภาคประชาชนเป็นคำที่ใช้อ้างกันอย่างแพร่หลาย จุดท้ายท้าย คือ อะไรคือความชอบธรรมของการเมืองภาคประชาชน? คิดดูนะครับ 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน