
กิมจิ จอมป่วน 3
“ทำไมต้องชื่อกิมจิ...ใช้ชื่ออื่นไม่ได้รึ”... “ประธานปัก เช ฮยอน” มองหน้า “เชกา” พลางอธิบายว่า
โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
“ทำไมต้องชื่อกิมจิ...ใช้ชื่ออื่นไม่ได้รึ”... “ประธานปัก เช ฮยอน” มองหน้า “เชกา” พลางอธิบายว่า กิมจิมันเป็นอาหารประจำชาติเกาหลี เหตุไฉนจึงนำมาตั้งเป็นชื่อสุนัข...ประธานคนนี้มีความยืดหยุ่นและประนีประนอมสูงมาก เมื่อเราบอกว่าชื่อ กิมจิ น่ารักดี ท่านก็หัวเราะหึๆ ไม่ว่าอะไรอีก...บริษัทเกาหลีแห่งนี้มาลงทุนสร้างโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ในไทยนานถึง 26 ปีแล้ว จนถึงวันนี้มีประธานชาวเกาหลีเวียนกันมาบริหารเป็นคนที่ 10...ส่วนประธานปักคนนี้เป็นคนที่ 2 และเป็นคนเดียวที่อยู่ประจำสาขาประเทศไทยนานที่สุดถึง 5 ปี จึงเป็นที่รักและระลึกถึงของพนักงานไทยจำนวนมาก
การมีประธานเกาหลีถึง 10 คน ในช่วงเวลา 26 ปี ทำให้เข้าใจคนเกาหลีได้มากขึ้น แต่ที่เข้าใจได้มากที่สุดคือ กฎไตรลักษณ์...อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...เพราะการทำงานกับคนเกาหลี มีทั้งสุขและทุกข์สลับไป ซึ่งสาเหตุของความทุกข์ก็มาแบบแปลกๆ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงปีแรกหลังจากเปลี่ยนประธานบริษัทคนใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่ประธานใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่ตนเองไม่ถูกจริต หรือเห็นว่าดีกว่า ซึ่งเราก็เข้าใจว่ามาจากแรงกดดันที่บริษัทแม่คาดหวังว่าจะต้องทำให้ดีกว่าคนก่อนเสมอ...บ่อยครั้งที่ประธานคนใหม่ละเลยความแตกต่างของวัฒนธรรม ทำให้เกิด Cultural Shock ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้องค์กรไม่น้อย...ภายหลังเมื่อมีโอกาส เชกาจึงได้ร้องขอไปยังบริษัทแม่ให้ช่วยจัดอบรมเรื่องประเทศไทยและคนไทยให้แก่ชาวเกาหลีที่จะส่งตัวมาทำงานในไทยเสียก่อนทุกครั้ง
จะว่าไป ต้องขอบคุณความเปลี่ยนแปลงที่มากับ คิม เคดี ซึ่งเป็นประธานคนที่ 3...เขาทำให้เชกาต้องหันหน้าเข้าวัดไปศึกษาธรรมะเพื่อดับทุกข์...ประธานคนนี้นอกจากนิสัยส่วนตัวที่ยอมรับได้ยากแล้ว เขายังตั้งข้อห้ามมากมาย เช่น ห้ามผู้จัดการทุกคนยิ้มหรือหัวเราะในที่ประชุม ท่านบอกว่าคนเกาหลีจริงจังในการทำงาน ใครยิ้มหัวเราะถือเป็นคนไม่จริงจังในการทำงาน ดังนั้นทุกคนจะเครียดกับการประชุมประจำสัปดาห์อย่างมาก ใครพลาดก็จะถูกท่านด่าเสียไม่เหลือความดี จนเคยมีผู้จัดการชายเกาหลีคนหนึ่งนั่งร้องไห้ในที่ประชุมมาแล้ว จำได้ว่าบรรยากาศวันนั้นแย่มาก ประธานดุด่าเขาคนเดียวราว1 ชั่วโมง ไม่ยอมปล่อยจนผู้จัดการคนนั้นเก็บอาการไม่อยู่ หลังจากวันนั้น เขากลายเป็นคนเงียบขรึมไปเลย...ในที่สุด สรรพสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ได้อยู่คงทนถาวร...ไม่ถึง 2 ปี ก็มีคำสั่งให้ประธานคนนี้กลับเกาหลี พวกเราแทบจะโห่ร้องเลี้ยงฉลองกันเลยทีเดียว...
กลับมาหาเจ้า “กิมจิ” ดีกว่า...มันเป็นสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดเช่นเดียวกับเจ้ามินต์ โดยเราหวังว่าจะให้มันมาอยู่เป็นเพื่อนและเมื่อโตขึ้นคงได้เป็นเจ้าบ่าวของมินต์ แต่ตอนที่กิมจิมาถึงมันอายุแค่ 5 เดือน น้อยกว่ามินต์ปีเศษทั้งร่างกายและภาวะอารมณ์แตกต่างกันราวกับแม่และลูก เจ้ามินต์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าจึงรำคาญลูกหมาที่นัวเนียเอาแต่เล่นไม่เป็นประสาอย่างกิมจิ บางทีก็หันไปงับแรงๆ เอาบ้าง ทำให้ช่างซ่อมบำรุงที่ดูแลทั้งสองตัวอยู่ที่ออฟฟิศหลังโรงงานต้องแยกกิมจิออกไปหลายหน...บ่อยครั้งเมื่อเชกาเดินตรวจรอบๆ โรงงานจึงพบเจ้ากิมจิเดินสะเปะสะปะ ไล่กัดต้นไม้ใบหญ้าแมลงเล่นเหงาๆ อยู่ตัวเดียว...
จะว่าไป เจ้ากิมจิมันก็น่าสงสาร เพราะลูกสุนัขวัยนี้ต้องการเล่นและอยู่กับคน ต่างจากมินต์ที่มี Maturity สูงแล้วอยู่ตัวเดียวก็ได้ ไม่เห็นเป็นไร มินต์เป็นดังที่หวังเพราะเพียงแค่หล่อนมาอยู่ได้ 2 เดือน หล่อนจะแยกแยะออกระหว่างชุดยูนิฟอร์มของพนักงานบริษัทกับบุคคลภายนอก ใครที่ไม่ได้ใส่ชุดพนักงานเข้ามาด้านหลังโรงงาน ซึ่งเป็นอาณาเขตของหล่อน หล่อนจะเริ่มคำราม และหากคนนั้นมีท่าทางรุ่มร่ามเดินไปนอกเขตส่งของ หล่อนจะไล่กัดเป็นที่น่าเกรงขามแก่บรรดาเด็กประจำรถจากร้านค้าที่เอาสินค้ามาส่งด้านหลังเสมอ
ครั้นเมื่อพวกช่างออกไปหน้างานก็ไม่เหลือใคร เจ้ากิมจิน้อยจะไปเล่นกับมินต์หล่อนก็เมิน จึงมักเดินเรื่อยเปื่อยตกท่อตกถนนบ้างจนเชกาอดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะเป็นโรคเอ๋อหรือเปล่า หลังจากหยุดสุดสัปดาห์ เปิดงานมาเช้าวันหนึ่งขณะที่เดินตรวจรอบโรงงาน ก็พบเรื่องหวีดสยองเมื่อเห็นเจ้ากิมจิน้อยมีเลือดออกที่อวัยวะเพศ เชการีบพามันไปหาสัตวแพทย์ หมอก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น สันนิษฐานว่าคงซนจนตกรางระบายน้ำ เป็นขนาดนี้มันยังทำหน้าระรื่นเล่นซนอยู่ได้
แต่เรื่องที่ช็อกยิ่งกว่าก็ตามมา...การที่ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขทั้งๆ ที่เราเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องควบคุมสภาวะแวดล้อมรอบๆ โรงงาน ซึ่งแม้แต่บริษัทแม่ก็ห้ามเลี้ยงสัตว์ แต่เพราะเหตุผลที่จะให้มันเป็นที่น่าเกรงขามแก่ขโมยโจรทั้งคนในบริษัทและ รปภ. ทั้งหลายที่เคยก่อเหตุโจรกรรมสินค้ามูลค่าราว 15 ล้านบาทไป ด้วยเหตุนี้ “มินต์กับกิมจิ” จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของบริษัท มีการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเป็นค่าอาหารและยา ปรากฏอยู่ในระบบบัญชีของบริษัทแม่ เพื่อแสดงต่อตลาดหลักทรัพย์ในเกาหลี อันเป็นมาตรฐานทั่วไปของบริษัทข้ามชาติที่จะ Consolidate บัญชีของกลุ่มธุรกิจในต่างประเทศเข้าด้วยกัน...
ทว่าการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น…เราพบว่า เมื่อเจ้ากิมจิเหงา มันมักจะเดินไปเล่นกับ รปภ. กลายเป็นเพื่อนเดินกะหนุงกะหนิงกันไปเรื่อย แทบจะเรียกว่า ถ้า รปภ. คิดจะขโมยของมันคงช่วยคาบของไปส่งให้ด้วยเสียเลย...โธ่ถัง เจ้ากิมจิ!! (ต่อฉบับหน้า)







