posttoday
"ศรีวราห์"รับมอบตัว7ผู้ต้องหายักยอกปืนตชด.อุดร ฟันข้อหาฟอกเงินเพิ่ม

"ศรีวราห์"รับมอบตัว7ผู้ต้องหายักยอกปืนตชด.อุดร ฟันข้อหาฟอกเงินเพิ่ม

07 มีนาคม 2560

รองผบ.ตร. รับตัว 7 ผู้ต้องหาเกี่ยวพันคดียักยอกปืนจากค่าย ตชด.ที่ 24 เอาผิดข้อหาฟอกเงิน เร่งขยายผล ปัดไม่เกี่ยวข้องกลุ่มการเมือง

รองผบ.ตร. รับตัว 7 ผู้ต้องหาเกี่ยวพันคดียักยอกปืนจากค่าย ตชด.ที่ 24 เอาผิดข้อหาฟอกเงิน เร่งขยายผล ปัดไม่เกี่ยวข้องกลุ่มการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 มี.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.พร้อมคณะ ได้รอรับตัว นายจิรสิน หรือ ด.ต.อุเทน โสภิณ อายุ 47 ปี , นางสุธาสินี โสภิณ อายุ 46 ปี ภรรยาของ ด.ต.อุเทน , ด.ต.สุชาติ ใจตาง อายุ 40 ปี , น.ส.มนัดดา ใจตาง หรือโพธิ์สี อายุ 34 ปี ภรรยาของ ด.ต.สุชาติ , นายชวน กันวงศ์ อายุ 46 ปี , นายศรีจันทร์ ใจตาง อายุ 75 ปี บิดาของ ด.ต.สุชาติ และนายบุญมา วงษ์สายตา อายุ 51 ปี รวม 7 คน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 65-71/2560 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ตามลำดับ ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หลังจากทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.เข้าควบคุมตัวไว้ได้ และมีการซักถามในเบื้องต้น

จากนั้น พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน รับไว้ดำเนินคดีที่ บก.ป.
  
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย แล้ว ทางพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปยังห้องประชุมชิวปรีชา เพื่อให้แพทย์จาก รพ.ตำรวจ ได้ทำการตรวจร่างกาย ก่อนจะถ่ายภาพและพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ ตามขั้นตอนการสอบสวนทันที
สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทหารสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นทั้งอดีตตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และตำรวจภูธรในพื้นที่ จ.อุดรธานี ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของคลังสรรพาวุธ กก.ตชด.ที่ 24 แต่กลับร่วมกันยักยอกอาวุธปืนดังกล่าวออกไปจำนวน 885 กระบอก จากค่าย ตชด.ที่ 24 ใน จ.อุดรธานี จ.หนองคาย และ จ.เลย เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2552-2558 ต่อเนื่องกัน และภายหลังได้มีการแจ้งความดำเนินคดีเอาไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี , สภ.เมืองหนองคาย และ สภ.ด่านซ้าย จ.เลย ต่อมาคดีได้ถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 4 คดี โดยพนักงานสอบสวนท้องที่รับคดีไว้เอง 1 คดี นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายทางละเมิด อีกเป็นมูลค่ากว่า 38 ล้านบาท
   
ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำความผิด โดยจับกุมและรับมอบตัวผู้ต้องหาบางส่วน พร้อมของกลางที่ได้จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักใน จ.ตาก และพื้นที่อื่น เป็นอาวุธปืน กระสุนปืน และอุปกรณ์ประกอบหลายรายการ โดยมีการสอบสวนเบื้องต้นตามอำนาจ คสช.เมื่อครบกำหนด 7 วันแล้ว จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ทั้งนี้ ในส่วนของ ด.ต.สุชาติ ใจตาง นั้น ก่อนหน้านี้ได้ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว โดยรับสารภาพว่า ยักยอกอาวุธปืนออกมา 20 กระบอก และไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง “ขอนแก่น โมเดล” แต่อย่างใด รวมทั้งไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียดโดยจะขอให้การในชั้นศาล ซึ่งในวันเดียวกันนี้ ด.ต.สุชาติ ได้ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

ส่วนพฤติการณ์การกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันของผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย นั้น พบว่า นายจิรสิน หรือ ด.ต.อุเทน โสภิณ เป็นผู้ก่อเหตุลักลอบนำอาวุธปืนออกมาจากค่าย ตชด.ที่ 24  โดยมี ด.ต.สุชาติ ซึ่งสนิทสนมกันเป็นผู้รับซื้อปืนแล้วนำไปขายต่อ ขณะที่ นายชวน เป็นญาติของ น.ส.มนัดดา ซึ่งเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารให้ ด.ต.สุชาติ ใช้ในการกระทำความผิด ส่วนนายศรีจันทร์ บิดาของ ด.ต.สุชาติ ก็เปิดบัญชีเงินฝากสหกรณ์ให้และมีการถอนเงินปิดบัญชีไปแล้ว และนายบุญมา เพื่อนสนิทของ ด.ต.อุเทน มีการใช้ชื่อซื้อบ้านและที่ดิน แทน ด.ต.อุเทน

 
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวภายหลังใช้เวลาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ว่าได้พิจารณาแจ้งข้อหาตามความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ โดยการสอบปากคำและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาก็จะเป็นไปตามขั้นตอนการสอบสวน โดยหลังจากนี้จะควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับไว้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีการสืบสวนขยายผลทางคดีว่ายังมีผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องหาอีกหรือไม่นั้น จะดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายความมั่นคง ถ้าพบว่าพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครอีกก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเชื่อมโยงกับการนำอาวุธปืนไปใช้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามขอนแก่นโมเดล พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆ เมื่อถามว่า ปลายทางของอาวุธปืนที่ถูกยักยอกไปมีการนำไปจำหน่ายหรืออยู่ที่ไหน รอง ผบ.ตร.ระบุว่ากรณีนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่และดำเนินการอย่างรอบด้าน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI