
สปสช.ปัดผูกขาดซื้อยาแจงจัดซื้อทั้งประเทศแค่4.9%
สปสช.แจง ไม่ผูกขาดการซื้อยาเพราะจัดซื้อเพียง 4.9% ของทั้งประเทศ เชื่อซื้อจำนวนมากสามารถช่วยต่อรองกับผู้ผลิตได้
สปสช.แจง ไม่ผูกขาดการซื้อยาเพราะจัดซื้อเพียง 4.9% ของทั้งประเทศ เชื่อซื้อจำนวนมากสามารถช่วยต่อรองกับผู้ผลิตได้
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ชี้แจง กรณีที่ในสื่อสังคมออนไลน์มีการให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดซื้อยารวมที่ สปสช.ดำเนินการอยู่นั้นเป็นการผูกขาดว่า เป็นข้อมูลไม่ถูกต้องเพราะที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีการจัดซื้อยาประมาณ 4.9% ของมูลค่าการซื้อยาทั้งประเทศ ดังนั้นจากตัวเลข 4.9% จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการผูกขาดการซื้อยาทั้งประเทศ
ขณะที่เหตุผลความจำเป็นที่ สปสช.ต้องจัดหาในระดับประเทศ (Central procurement) คือ 1.เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นยาต้นแบบ (original) นำเข้าจากต่างประเทศ มีผู้จำหน่ายรายเดียว (monopoly) หรือผู้จำหน่ายน้อยราย (oligopoly) และไม่มียาอื่นที่สามารถทดแทนกันได้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับยาในเวลาที่เหมาะสม ย่อมทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต 2.ทำให้ตลาดยากลุ่มนี้ จึงมีการผูกขาดหรือไม่มีการแข่งขัน/ตลาดเป็นของผู้ขาย หากให้แต่ละ รพ.ซื้อกันเอง ราคาจะแพงมากเพราะปริมาณการใช้น้อย ไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา และราคายามีแนวโน้มปรับราคาขึ้นทุกปี รวมทั้งหน่วยบริการจัดหายาได้ในราคาที่แตกต่างกัน กำหนดราคาอ้างอิงหรือราคาเพื่อชดเชยเป็นเงินจึงทำได้ยาก
3.ยาจำเป็นที่มีราคาแพงนี้ หากผู้ป่วยต้องจ่ายค่ายาด้วยตนเอง จะเป็นภาระทางการเงินอย่างมาก หรือหากให้ รพ.จัดหาเองก็จะมีผลกระทบต่องบประมาณ รพ. 4.ยาราคาแพงบางรายการที่มีสิทธิบัตร เช่น ยาต้านไวรัสเอชไอวี จะใช้กระบวนการบังคับใช้สิทธิ (Compulsory license: CL) เพื่อให้ได้ยาราคาที่ถูกลง ซึ่งต้องดำเนินการโดยหน่วยงานกลางของรัฐระดับประเทศ
ดังนั้นการบริหารโดยการจัดหาในภาพรวมของประเทศ จึงมีอำนาจในการต่อรองสูง เนื่องจากมีการประกันปริมาณขั้นต่ำ และวงเงินจัดจัดซื้อซื้อที่แน่นอน สามารถลดภาระงบประมาณหรือควบคุม/ประหยัดงบประมาณได้ และเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็น ทั้งนี้สำหรับตัวอย่างยาจำเป็นที่มีราคาแพง เช่น ยาฉีดอิมมูโนโกลบูลลิน (IVIG) ซึ่งใช้รักษาโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้ายระยะวิกฤต และ ยาฉีดโด-ซี-แท๊ก-เซล (Docetaxel) ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น หรือลุกลาม ที่มีปัญหาโรคหัวใจ มะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย เป็นต้น







