
ต้องสื่อสารกับประชาชน
กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไปมากมายหลายฉบับ ทั้ง 3 กรมภาษี คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต โดยมีเป้าหมายใช้ภาษีเป็นสิ่งจูงใจในการลงทุนภาคเอกชน ให้บริษัทเอกชนที่ทำภาษีหลายบัญชีหันมาทำภาษีบัญชีเดียว ให้เอสเอ็มอีทำบัญชีที่ถูกต้อง การขยายฐานภาษีบุคคลธรรมดา เป็นต้น โดยมีเป้าหมายคือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้ได้มากขึ้นการขยับภาษีไม่ว่าจะเป็นภาษีของกรมไหน ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งสิ้น การขยับภาษีใดๆ ก็ตามจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้คน และหากมีความไม่เข้าใจก็จะต้องอธิบายความให้ชัดเจนภาษีที่เมื่อมีการปรับปรุงมักจะไม่ถูกโต้แย้งมากนัก และจะมีการพิจารณาปรับขึ้นเมื่อการเก็บภาษีไม่เข้าเป้า คือ ภาษีสรรพสามิต เพราะจะถูกมองว่าเป็นภาษีสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ สินค้าบาป ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ น้ำหวาน อาหารทำลายสุขภาพล่าสุด กรมสรรพสามิตก็เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ยังอยู่ในกระบวนการทูลเกล้าฯ ถวาย และหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน กฎหมายจึงมีผลบังคับใช้สาระของการแก้ไขกฏหมาย ได้เปลี่ยนวิธีการ
กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไปมากมายหลายฉบับ ทั้ง 3 กรมภาษี คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต โดยมีเป้าหมายใช้ภาษีเป็นสิ่งจูงใจในการลงทุนภาคเอกชน ให้บริษัทเอกชนที่ทำภาษีหลายบัญชีหันมาทำภาษีบัญชีเดียว ให้เอสเอ็มอีทำบัญชีที่ถูกต้อง การขยายฐานภาษีบุคคลธรรมดา เป็นต้น โดยมีเป้าหมายคือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น
การขยับภาษีไม่ว่าจะเป็นภาษีของกรมไหน ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งสิ้น การขยับภาษีใดๆ ก็ตามจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้คน และหากมีความไม่เข้าใจก็จะต้องอธิบายความให้ชัดเจน
ภาษีที่เมื่อมีการปรับปรุงมักจะไม่ถูกโต้แย้งมากนัก และจะมีการพิจารณาปรับขึ้นเมื่อการเก็บภาษีไม่เข้าเป้า คือ ภาษีสรรพสามิต เพราะจะถูกมองว่าเป็นภาษีสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ สินค้าบาป ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ น้ำหวาน อาหารทำลายสุขภาพ
ล่าสุด กรมสรรพสามิตก็เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ยังอยู่ในกระบวนการทูลเกล้าฯ ถวาย และหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน กฎหมายจึงมีผลบังคับใช้
สาระของการแก้ไขกฏหมาย ได้เปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษี มีการเปลี่ยนฐานของการคิดภาษีจากราคาหน้าโรงงาน หรือราคานำเข้า เป็นราคาขายปลีกแนะนำ และมีบัญชีแนบท้ายอัตราเพดานการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับทุกสินค้าที่อยู่ในพิกัดการจัดเก็บภาษี
โดยหลักการนั้น กรมสรรพสามิตยืนยันว่าการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายใหม่นี้ จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบทางด้านราคาสินค้า เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ฉะนั้นจะมีการออกกฎหมายลูกเพื่อลดภาษีบางจุดไปขึ้นภาษีบางจุด แต่เมื่อคิดเป็นภาษีรวมแล้วจะไม่ทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้น
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเพราะมีการตีความอัตราภาษีตามบัญชีแนบท้ายว่าจะทำให้ราคาสินค้าทุกชนิดที่เสียภาษีสรรพสามิตขึ้นราคา ฉะนั้นจึงเกิดความวุ่นวายในเรื่องของการกักตุนสินค้า และการแห่ซื้อสินค้าบางประเภทที่คาดว่าจะขึ้นราคาหลังกฎหมายใหม่ ทำให้สถานการณ์ในตลาดดูวุ่นวาย
เรื่องนี้มีกระแสออกมาร่วมเดือน ทางกรมสรรพสามิตก็ยืนยันตลอดว่าราคาสินค้าจะไม่ขยับขึ้น แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะขาดการอธิบายต่อสังคม นอกจากไม่เชื่อแล้วยังโหมกระพือโครงสร้างภาษีใหม่ และราคาสินค้าที่จะปรับขึ้นหลังกฎหมายภาษีสรรพสามิตใหม่มีผลบังคับใช้อีกด้วย
ก่อนที่ข่าวลือจะทำให้เกิดผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและต่อประชาชนมากไปกว่านี้ กระทรวงการคลังควรจะแถลงว่าข้อมูลที่ถูกต้องคืออะไร ประชาชนหรือผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบอย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
ไม่เฉพาะภาษีสรรพสามิตที่จะต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ แต่กรมภาษีทั้งหมดหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ควรจะออกมาให้ข้อมูลและชี้แจงกับสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ในยุคแห่งการเปิดกว้างของข่าวสารข้อมูลต่างๆ การสื่อสารอธิบายความเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม







