posttoday
แพงกว่าทองยุคฟองสบู่ใหม่

แพงกว่าทองยุคฟองสบู่ใหม่

06 มีนาคม 2560

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธช่วงหลายสัปดาห์มานี้ ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิตินิวไฮใหม่แทบจะรายวันชนิดทุบแล้วทุบอีกจนหมดความตื่นเต้น ทำเอาหลายฝ่ายเริ่มกลัวว่าจะเป็นภาวะฟองสบู่มากกว่าจะมองว่าเป็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ดี ขณะที่บางคนเชื่อว่าเป็นช่วงเร่งเก็บเกี่ยวทำเงิน ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นรอบการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้แต่ที่น่าสนใจและใหม่สดซิงมากกว่าหุ้น เห็นจะหนีไม่พ้น “บิตคอยน์” ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ดังและได้รับการยอบรับมากที่สุดในบรรดาเงินดิจิทัลทั้งหลาย หลังจากที่เริ่มเปิดตัวในปี 2009บิตคอยน์ไม่ได้มีรูปร่างเป็นเหรียญหรือธนบัตรให้จับต้องได้เหมือนเงินจริงๆ ที่เราใช้กันอยู่ในวันนี้ แต่เป็นเงินเสมือนจริง (Virtual Currency) ที่มีเฉพาะเพียงบางประเทศ (ไม่รวมประเทศไทย) เท่านั้นที่ให้การยอมรับในการทำธุรกรรมบางประเภท เช่น ในสหรัฐ แต่ส่วนใหญ่แล้วหลายประเทศจะออกไปในแนวจับตามองอย่างระแวดระวังมากกว่าทว่า แม้จะไม่มีตัวตนให้จับต้องได้จริง บิตคอยน์ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทำราคาขึ้นไปเหนือกว่า “ทองคำ” ไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยปิดที่

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิตินิวไฮใหม่แทบจะรายวันชนิดทุบแล้วทุบอีกจนหมดความตื่นเต้น ทำเอาหลายฝ่ายเริ่มกลัวว่าจะเป็นภาวะฟองสบู่มากกว่าจะมองว่าเป็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ดี ขณะที่บางคนเชื่อว่าเป็นช่วงเร่งเก็บเกี่ยวทำเงิน ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นรอบการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้

แต่ที่น่าสนใจและใหม่สดซิงมากกว่าหุ้น เห็นจะหนีไม่พ้น “บิตคอยน์” ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ดังและได้รับการยอบรับมากที่สุดในบรรดาเงินดิจิทัลทั้งหลาย หลังจากที่เริ่มเปิดตัวในปี 2009

บิตคอยน์ไม่ได้มีรูปร่างเป็นเหรียญหรือธนบัตรให้จับต้องได้เหมือนเงินจริงๆ ที่เราใช้กันอยู่ในวันนี้ แต่เป็นเงินเสมือนจริง (Virtual Currency) ที่มีเฉพาะเพียงบางประเทศ (ไม่รวมประเทศไทย) เท่านั้นที่ให้การยอมรับในการทำธุรกรรมบางประเภท เช่น ในสหรัฐ แต่ส่วนใหญ่แล้วหลายประเทศจะออกไปในแนวจับตามองอย่างระแวดระวังมากกว่า

ทว่า แม้จะไม่มีตัวตนให้จับต้องได้จริง บิตคอยน์ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทำราคาขึ้นไปเหนือกว่า “ทองคำ” ไปแล้วเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยปิดที่ 1,268 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ราคาทองคำอยู่ที่ 1,233 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

คาดกันว่าราคาที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงจากระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันเริ่มต้นของปี 1 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะความต้องการที่ทะลักล้นในจีนซึ่งซื้อตุนกันเอาไว้ หลังจากรัฐบาลจีนปรามว่าจะควบคุมบิตคอยน์ เพราะถูกใช้เป็นช่องทางโยกเงินออกจากประเทศ

และในวันถัดมา ราคาของบิตคอยน์ยังไต่ขึ้นไปทุบสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมาอยู่ที่ 1,298 เหรียญสหรัฐ หรือขึ้นไปแล้วกว่า 30% จากราคาต้นปี ซึ่งครั้งนี้ได้ปัจจัยจากข่าวลือว่า ก.ล.ต.สหรัฐ (เอสอีซี) จะไฟเขียวเปิดทางให้มีการตั้งกองทุนอีทีเอฟบิตคอยน์ได้เป็นครั้งแรก

นักวิเคราะห์เก็งกันว่ากองทุนอีทีเอฟบิตคอยน์ที่ชื่อว่า วิงเคิลวอส ทรัสต์ ของสองพี่น้องฝาแฝดดัง คาเมรอนและไทเลอร์ ที่ยื่นเรื่องขอจัดตั้งมานานถึง 4 ปี จะได้รับการอนุมัติในที่สุดในวันที่ 11 มี.ค.นี้ เปิดหน้าประวัติศาสตร์อีทีเอฟบิตคอยน์เป็นครั้งแรกในสหรัฐ และอาจเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งจะยิ่งเพิ่มปริมาณการใช้บิตคอยน์ในวงกว้างขึ้นและดันราคาให้แพงขึ้นตาม

อย่างไรก็ดี ราคาที่ขึ้นไปเหนือทองคำครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าบิตคอยน์จะเป็นอนาคตการลงทุนใหม่ที่มาแรงกว่า เพราะที่สุดแล้วก็ยังมีความเสี่ยงและข้อจำกัดพื้นฐานอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ผันผวนสูงตามปริมาณการใช้ ซัพพลายที่ตึงตัวจากการขุดเหมือง และการเต็มไปด้วยนักเก็งกำไร

และท้ายที่สุดก็คือ การที่คนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจที่เพียงพอต่อเงินดิจิทัลใหม่นี้ ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวให้เห็นเสมอเรื่องกลเม็ดการโกงหรือแชร์ลูกโซ่ต่างๆ ที่อ้างชื่อเงินดิจิทัลมาโกงประชาชนที่ไม่มีความรู้

ก่อนจะไปถึงขั้นเงินดิจิทัลแห่งอนาคต ผลักดันให้คนส่วนใหญ่เลิกรอคิวแบงก์หลังขดหลังแข็ง หันมาใช้ดิจิทัลแบงก์กิ้งในวงกว้างให้ได้ก่อนดีกว่า

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้