posttoday
แบงก์อ่วมค่าปรับ เอเชีย-ยุโรปจ่อคุมเข้ม

แบงก์อ่วมค่าปรับ เอเชีย-ยุโรปจ่อคุมเข้ม

03 มีนาคม 2560

บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการจากสหรัฐ ระบุ ธนาคารทั่วโลกจ่ายค่าปรับถึง 3.21 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลกปี 2008

โดย..ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 

บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการจากสหรัฐ เปิดเผยว่า ธนาคารทั่วโลกจ่ายค่าปรับถึง 3.21 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลกปี 2008 ซึ่งเป็นค่าปรับจากการทำผิดกฎหมายด้านการฟอกเงิน การปั่นหุ้น และการให้กลุ่มก่อการร้ายทำธุรกรรมทางการเงิน

บีซีจี มองว่า ค่าปรับดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารในยุโรปและเอเชียเริ่มมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดใกล้เคียงกับหน่วยงานดังกล่าวในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้สั่งปรับธนาคารและสถาบันการเงินส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา โดยบีซีจี เปิดเผยว่า ในปี 2016 เพียงปีเดียว ธนาคารทั่วโลกจ่ายค่าปรับไป 4.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.46 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

“เมื่อกฎการกำกับดูแลปรับคุมเข้มขึ้น ค่าปรับ ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าการฟ้องร้องต่างๆ จะยังคงเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ โดยการจัดการประเด็นดังกล่าวจะเป็นงานใหญ่สำหรับบรรดาธนาคาร” เจอโรลด์ กราสส์ฮอฟฟ์ หัวหน้าทีมนักวิเคราะห์ที่จัดทำรายงาน กล่าว

แม้ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะแก้ไขทบทวนกฎหมายควบคุมภาคการเงินดอดด์-แฟรงก์ ที่จำกัดไม่ให้ภาคธนาคารเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งเป็นสาเหตุของวิกฤตเมื่อปี 2008 นั้น แต่ยุคแห่งการกำหนดกฎคุมเข้มภาคธนาคารยังคงดำเนินต่อไป โดยบีซีจี ระบุว่า หน่วยกำกับดูแลภาคธนาคารทั่วโลกปรับทบทวนจำนวนกฎระเบียบเพิ่มขึ้น 3 เท่า นับตั้งแต่ปี 2011 โดยกฎที่มีการปรับทบทวนอยู่ที่เฉลี่ย 200 กฎต่อวัน

“จากข้อมูลเราพบว่ากฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นจะคงอยู่ถาวรและไม่ถูกยกเลิกไปโดยง่าย แม้ว่าทิศทางการเมืองในสหรัฐก่อให้เกิดคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบดังกล่าวก็ตาม ด้วยเหตุนี้การปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวจึงเป็นความสำคัญลำดับแรก และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติตามกฎจะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อธนาคารทั้งหมด ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือมีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านใดก็ตาม” กราสส์ฮอฟฟ์ เสริม

แบงก์ทั่วโลกฟื้นไม่เต็มที่

บีซีจี ระบุว่า แม้เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินปี 2008 แต่บรรดาธนาคารทั่วโลกยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่จากวิฤตดังกล่าว เมื่อพิจารณาจากผลกำไรเชิงเศรษฐศาสตร์ (อีพี) ซึ่งคำนวณจากผลประกอบการและต้นทุนเงินทุนทั้งหมดของธนาคาร

แม้ธนาคารทั่วโลกมีสัดส่วนอีพีอยู่ที่ 0.18% ของสินทรัพย์ทั้งหมดคิดเป็น 1.59 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.56 ล้านล้านบาท) ในปี 2015 ซึ่งปรับตัวขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน แต่ภาคธนาคารยังคงขาดทุนสะสมอยู่ที่ 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.14 แสนล้านบาท) ระหว่างปี 2009-2015

รายงานระบุว่า สัดส่วนอีพี ปี 2015 ที่เพิ่มขึ้นมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธนาคารในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ด้านอีพีของธนาคารในเอเชียแปซิฟิกขยับลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ธนาคารในยุโรปยังไม่เปิดเผยสัดส่วนอีพีในช่วงดังกล่าว

จีนลุยคุมความเสี่ยงแบงก์

รอยเตอร์สรายงานว่า กัวซู่ชิง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลภาคธนาคารของจีน (ซีบีอาร์ซี) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เมื่อไม่นานนี้เพื่อแก้ไขปัญหาภาคธนาคารจีน เปิดเผยว่า จะปรับเพิ่มการคุมเข้มภาคธนาคาร โดยเฉพาะในด้านการปล่อยสินเชื่อ เพื่อจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและเดินหน้าสู่การปฏิรูปทางการเงินต่อไปในปีนี้ การป้องกันความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจะเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมสภาประชาชนจีนที่จะเริ่มต้นในวันที่ 5 มี.ค.นี้ หลังจีนเผชิญกับปัญหาหนี้สินขยายตัวจากการใช้มาตรการกระตุ้นต่างๆ

ขณะเดียวกัน กัว เสริมว่า กำลังพิจารณากฎใหม่เพื่อลดการขยายตัวของหน่วยธุรกิจนอกงบดุลของภาคธนาคาร และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง (WMP) ซึ่งซีบีอาร์ซีคาดการณ์ว่า ขณะนี้มีหนี้ค้างชำระอยู่ที่ 30 ล้านล้านหยวน (ราว 152 ล้านล้านบาท)

กัวยังเตือนให้ภาคธนาคารจัดการการให้สินเชื่อกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และการปล่อยเงินกู้จำนองบ้านอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อดังกล่าวเริ่มน่าวิตก หลังราคาบ้านใหม่ในจีนขยายตัว 12.4% เมื่อปี 2016

ทั้งนี้ สินทรัพย์ของภาคธนาคารจีนขยายตัวขึ้น 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิจจีนอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์พุ่งขึ้นแตะ 1.51 ล้านล้านหยวน (ราว 7.68 ล้านล้านบาท) เมื่อสิ้นปี 2016 สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2005

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI