posttoday
ธรรมกายโวยม.44ทำศิษย์ตาย ดีเอสไอชี้แพทย์ระบุสิ้นลมก่อนแจ้งกว่า5ชม.

ธรรมกายโวยม.44ทำศิษย์ตาย ดีเอสไอชี้แพทย์ระบุสิ้นลมก่อนแจ้งกว่า5ชม.

01 มีนาคม 2560

ธรรมกายอ้างเจ้าหน้าที่ตั้งด่านทำให้รถกู้ชีพเข้ารับผู้ป่วยในวัดล่าช้าจนเสียชีวิต ด้านดีเอสไอเผยแพทย์ชี้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กว่า 5 ชม.แล้ว

ธรรมกายอ้างเจ้าหน้าที่ตั้งด่านทำให้รถกู้ชีพเข้ารับผู้ป่วยในวัดล่าช้าจนเสียชีวิต ด้านดีเอสไอเผยแพทย์ชี้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กว่า 5 ชม.แล้ว 

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา 17.00.น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระลูกวัดพระธรรมกาย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีที่ น.ส.พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ปี ผู้ช่วยเภสัชกรของวัดพระธรรมกาย ที่เสียชีวิตจากอาการป่วยโรคหอบหืด โดยกล่าวว่า ขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ไม่มีการประสานงานที่ดีและเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้หน่วยกู้ชีพ ออกบริเวณคลองแอล จนกระทั่งใช้เวลาในการส่ง น.ส.พัฒนา ออกไปรักษาภายนอกล่าช้าโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 1ชัวโมง 10 นาที ทำให้เสียชีวิต

พระปลัดเสกสรรค์ แถลงว่า น.ส.พัฒนามีอาการป่วยนี้นเวลา 11.29.น.โดยพักอยู่ที่หลังวัด ซึ่งปกติจากจุดรับเรื่องถึงที่พักผู้ป่วยใช้เวลาเดินทางเลียบคลองแอล 10 นาที แต่ทางหน่วยกู้ชีพติดด่านเจ้าหน้าที่ จึงได้ประสานงานให้รถหน่วยกู้ชีพ 1669 ให้ไปรับคนไข้แทน แต่รถ 1669 มาตามเส้นทางไม่ถูก และไม่ได้รับอนุญาตให้รับคนไข้ที่อื่น นอกจากประตู 7 เท่านั้น อาสาสมัครแจ้งว่า ต้องย้อนไปที่ประตู 7 เพื่อทำเรื่องขออนุญาต และนำทางให้รถ 1669 ไปรับผู้ป่วย เมื่อไปถึงในเวลา 12.39 น. พบผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว เสียเวลาในการติดต่อและผ่านเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างประสานงานติดต่อผู้ป่วยไม่ได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์ขาดๆ หายๆ

"ขอเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ยกเลิกกฎหมายมาตรา 44 เนื่องจาก น.ส.พัฒนาเป็นศพที่ 2 แล้วจากการใช้กฎหมายนี้ ซึ่งเราเพียงต้องการเข้าออกภายในวัดพระธรรมกาย ที่ๆเราอยู่มาโดยตลอดเท่านั้น"พระปลัดเสกสรรค์กล่าว

ทั้งนี้ได้มีการจัดให้มีการสวดอภิธรรมศพ น.ส.พัฒนา เชียงแรง ภายในตลาดกลางคลองหลวง โดยมีพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้าร่วมในครั้งนี้

ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีที่ ผู้ช่วยเภสัชกรของวัดพระธรรมกาย ที่เสียชีวิตจากอาการป่วยโรคหอบหืดภายในวัดธรรมกายว่า เมื่อช่วงบ่ายดีเอสไอได้รับการประสานจากญาติเพื่อขรถพยาบาลไปรับผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืดภายในวัดเพื่อนำไปส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จึงได้ปรัสานไปยัง พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้รับคำตอบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้วจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ ก็พบกับ ตำรวจจากสภ.คลองหลวง และแพทย์ที่ชันสูตรอยู่ก่อนแล้ว

จากการสอบถามเบื้องต้นแพทย์คาดว่าเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งแพทย์จะชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ดังนั้นที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอขัดขวางการเข้าไปรับผู้ป่วยจึงไม่เป็นความจริง

ด้านพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า หลังชุดปฏิบัติพิเศษของดีเอสไอได้รับแจ้งเหตุผู้ป่วยได้นำรถฉุกเฉินเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุภายใน 10 นาที แต่เมื่อไปถึงผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้ว แพทย์ผู้ชันสูตรให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ดังนั้นต้องตรวจสอบต่อไปว่าเหตุใดยังมีข้อมูลทางไลน์ปรากฏติดต่อจากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนที่อยู่ในอาคารบุญรักษาในเวลาประมาณ 11.00 น.ได้

ขณะที่ เจ้าหน้าที่รถพยาบาลมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง และ เจ้าหน้าที่รถพยาบาล มูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งเข้าไปรับตัวผู้เสียชีวิตได้เข้าให้ปากคำที่กับพนักงานสอบสวนสภ.คลองหลวงระบุว่า ได้รับการประสานจากศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน เมื่อเวลา 12.10 น. ว่ามีผู้ป่วยเป็นลมชัก อยู่ใกล้ประตู 14 วัดพระธรรมกาย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมโดยก่อนหน้านี้ได้มีข้อตกลงว่าหากมีผู้ป่วยในพื้นที่ควบคุมจะนัดหมายให้เข้าไปรับที่ประตูที่ 7 ซึ่งได้ปฏิบัติตามขั้นตอน เมื่อไปถึงประตู7 ได้มีพยาบาลซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายรออยู่ภายในวัดและนำไปยังจุดเกิดเหตุ โดยถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 12.35 น. เมื่อไปถึงพบสภาพห้องล็อคประตู 2 ชั้น เจ้าหน้าที่จึงได้พังประตูเข้าไป พบผู้ป่วยนั่งคว่ำหน้าและไม่สัญญาณชีพแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการกดนวดหัวใจ เป็นเวลา 5 นาที แต่ไม่สามารถกู้สัญญาณชีพกลับมาได้ จึงนำศพส่งชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

เจ้าหน้าที่รถพยาบาลฉุกเฉิน ประเมินว่า ผู้ป่วยน่าจะเสียชีวิตก่อนแจ้งเหตุแล้ว ส่วนจะเป็นระยะเวลานานเท่าไรนั้น ยังต้องรอการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI