posttoday
เร่งดันเศรษฐกิจ 4.0

เร่งดันเศรษฐกิจ 4.0

23 กุมภาพันธ์ 2560

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Push Forward ส่องเศรษฐกิจ 4.0 ปีไก่ทอง” จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นช่วงทรุดตัวไปแล้ว มีแต่จะดีขึ้น ปีไก่นี้จะฟักไข่ออกมาเป็นไข่ทองแน่นอน ถ้าคนไทยไม่รุมเชือดไก่หรือรุมถอนขนกันเอง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Push Forward ส่องเศรษฐกิจ 4.0 ปีไก่ทอง” จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นช่วงทรุดตัวไปแล้ว มีแต่จะดีขึ้น ปีไก่นี้จะฟักไข่ออกมาเป็นไข่ทองแน่นอน ถ้าคนไทยไม่รุมเชือดไก่หรือรุมถอนขนกันเอง

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างทำให้เศรษฐกิจไปสู่ประเทศไทย 4.0 คือเศรษฐกิจที่มีความสมดุลจากปัจจุบันที่พึ่งพิงการส่งออก และบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่ราย โดยเน้นการสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพ

ขณะที่หลังจากรัฐบาลได้ประกาศมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งหลักๆ เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงไปแล้ว มีนักลงทุนต่างชาติหลายรายตัดสินใจมาลงทุนในไทย เช่น กลุ่มคอนติเนนตัล ซึ่งทำให้ผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกเข้ามาลงทุนในไทยครบทุกรายแล้ว

นอกจากนี้ ล่าสุดคณะผู้บริหารฟูจิฟิล์ม คอร์ปอเรชั่นที่จะร่วมกับเครือซีพี ลงทุนในธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพในพื้นที่อีอีซี ซึ่งมั่นใจว่ารายนี้เข้ามาแน่นอน ปัจจุบันกลุ่มฟูจิ คอร์ปอเรชั่นกลายเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นในเรื่องของเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยาและเป็นผู้นำในเรื่องของปลูกถ่ายเซลล์ด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริหารของธนาคารซีไอบีซี ซึ่งมีลูกค้าเป็นบริษัทจีนจำนวนมากได้เข้าพบเพื่อขอนัดและที่จะนำลูกค้าเข้าไปสำรวจการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ตลอดจนคณะผู้บริหารบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น หรือซีไอซี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ได้เข้าพบพร้อมแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและลงทุนโดยตรงในโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนร่วมลงทุนในบริษัทอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซีเช่นกัน

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่าเอไอเอสมีโปรแกรมที่ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เข้าร่วมรวมประมาณ 6,000 คน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกรายจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ โดยมี 25 รายที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจ 30 ผลิตภัณฑ์ และมีเงินทุนจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุนผ่านทางเอไอเอสประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ต่อเนื่อง โดยภายในปี 2020 นี้ เชื่อว่าจะเข้าสู่ยุค 5จี ซึ่งมีประเด็นที่ต้องระมัดระวังคือเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาทำลายหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจของธนาคารก็ต้องเปลี่ยนไป แต่ทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสเพราะจะเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาล้างสิ่งเก่าที่ล้าสมัยและสร้างสิ่งใหม่ที่มีคุณภาพและต้นทุนลดลง

“สตาร์ทอัพจะเกิดขึ้นได้นั้น รายใหญ่จะต้องเข้าไปช่วยรายเล็กและเอไอเอสเองก็กำลังสร้างแพลตฟอร์มเพื่อเอื้อให้กลุ่มธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาใช้ได้ ส่วนภาครัฐเองก็ต้องสนับสนุน เช่น เรื่องกฎหมายก็ต้องเอื้อ มีกฎหมายหลายฉบับที่ยังล้าสมัย” สมชัย กล่าว

ลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นทิศทางที่ทุกประเทศกำลังเดินหน้า แต่ไทยมีสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างจะได้เปรียบหลายประเทศ คือ พฤติกรรมการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ โดยดีแทคมองเห็นโอกาสดังกล่าวและได้ตั้งบริษัท dtac accelerate ในการบ่มเพาะให้ความรู้ป้อนสตาร์ทอัพสู่ตลาดโลก โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมามีสตาร์ทอัพสมัครร่วมโครงการ 1,000 ราย คัดเลือกร่วมโครงการ 21 ทีม ซึ่งทั้ง 21 ทีม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท สร้างงาน 1 หมื่นตำแหน่ง มีเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาประมาณ 150 ล้านบาท ประมาณ 70% ได้รับการลงทุนที่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ไทยแลนด์ 4.0 จะเป็นความจริงได้จะต้องอาศัยความร่วมมือของ 3 ส่วน คือ 1.เอกชนและประชาสังคมในการลงทุนเครือข่ายความเร็วสูง 2.ภาครัฐต้องจัดทำโครงสร้างกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาและการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการแข่งขันแท้จริง และ 3.องค์กรกำกับดูแลที่จะสนับสนุนด้านแผนการจัดการคลื่นความถี่ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุน

ด้าน เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.เห็นชอบการปรับโครงสร้างการถือหุ้นธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเกิดผลดีต่อภารกิจของ ปตท.ที่ให้การสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไปในอนาคตทั้งในระยะกลางและระยะยาว ขณะเดียวกันได้กำหนดงบลงทุน 5 ปี (2560-2564) วงเงิน 3.38 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนของธุรกิจในเครือด้วย

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา